ปัญหาและอุปสรรคการพัฒนาสมรรถนะของพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คำสำคัญ:
สมรรถนะ, พนักงานสอบสวน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาสมรรถนะของพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยปัจจุบันพนักงานสอบสวนด้วยภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบที่ครอบคลุมกว้างขวางของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านสายงานสอบสวน จึงเป็นความจำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพของพนักงานสอบสวนให้สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการพัฒนาพนักงานสอบสวนและกำหนดหลักสูตรฝึกอบรม แต่เมื่อพิจารณาในความเป็นจริงพบว่า พนักงานสอบสวนขาดการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และการพัฒนาทักษะในการปฏิบัติงานที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละด้านขณะที่หลักเกณฑ์ชี้วัดผลการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนก็ไม่สามารถสะท้อนผลการปฏิบัติแต่ละคนได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งสืบเนื่องมาจากระบบการพัฒนาบุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีการปฏิบัติแบบแยกส่วน และกระจัดกระจายตามหน่วยต่างๆ ขาดเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ความชำนาญเฉพาะทางปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าองค์กรชั้นนำต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน ได้นำแนวคิดการพัฒนาสมรรถนะมาใช้ในการพัฒนาศักยภาพที่มีแฝงอยู่ในบุคคลให้เด่นชัดออกมาใช้ในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล สนับสนุนกับวิสัยทัศน์วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ขององค์กรมากที่สุด และเป็นกรอบในการสร้างวัฒนธรรมขององค์กร เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กร ทั้งในแง่การคัดเลือกบุคคลการวางแผนพัฒนาฝึกอบรมการโยกย้ายตำแหน่งงานและการประเมินผลการปฏิบัติงาน
เอกสารอ้างอิง
กมล นุ่มหอม. (2546). ความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจหญิง: ศึกษากรณีที่สังกัดในกองบังคับการตำรวจนครบาล 7-8-9. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหิดล
กุลวดี อภิชาตบุตร. (2555). สมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลระดับปฐมภูมิทุติยภูมิและตติยภูมิรวมทั้งศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพ. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
งามพิศ สัตย์สงวน. (2545). หลักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: บริษัทรามาการพิมพ์.
งามพิศ สัตย์สงวน. (2558). การวิจัยเชิงคุณภาพทางมานุษยวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิรประภา อัครบวร. (2549). สร้างคนสร้างผลงาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ ก. พลพิมพ์ (1996).
ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย, พันตำรวจเอก. (2557). การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานด้านการสอบสวนหญิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. วารสารสมาคมปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 4(3), 28-36.
เนตรนุช โสมาบุตร, จ่าสิบตำรวจ(หญิง). (2553). การพัฒนาจรรยาบรรณพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไชยวาน จังหวัดอุดรธานี. (การศึกษาอิสระปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ประไพทิพย์ ลือพงษ์. (2554). การพัฒนารูปแบบองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
บัณฑิต ประสานตรี. (2555). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ระบบงานการคลังในมหาวิทยาลัยราชภัฏ. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์. (2559). แนวทางปฏิรูประบบงานสอบสวนของตำรวจไทย. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
Arnauld de Nadaillac. (n.d.). Vocational Education and Training in France: From practice: Case study of a curriculum to theory: General evolution of needs. Brunei Darussalam.
Becker, B.E., Huselid, M.A., & Ulrich, D. (2001). The HR scorecard: Linking people, strategy, and performance. Boston: Harvard Business School.
Boudreau, JW., Milkovich G.T. (1997). Human Resource Management. Boston: Mirror Higher Education Group.
Boyatzis, R. (1982). The Competent Manager: A Model for Effective Performance. New York: WileyInterscience.
Crepeau. R. G., Crook, C.W., Goslar. M.D., & Mcmurtery., M.E. (1993).Career Anchors of Information System Personal. Journal of Management Information System. 9, 143-160.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

