แนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอาชีวะตามแนวชายแดน ไปสู่การเป็นหัวหน้างานแรงงานต่างด้าวในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย
คำสำคัญ:
การพัฒนาศักยภาพ, นักศึกษาอาชีวะ, หัวหน้างาน, แรงงานต่างด้าว, แนวชายแดนบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างความต้องการของหน่วยงานภาค อุตสาหกรรมไทย ที่ใช้ภาษาเพื่อนบ้าน กับทักษะความสามารถของนักศึกษาอาชีวะในแถบชายแดนของประเทศไทยในปัจจุบัน และเพื่อหาแนวทางการเตรียมความพร้อมในการทำงานและสร้างช่องทางอาชีพให้กับนักศึกษาที่พูดได้ 2 ภาษา ให้สามารถปฏิบัติงานในระดับหัวหน้างานในภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้ ซึ่งผู้วิจัยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกเก็บข้อมูลตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการวิทยาลัยเทคนิคและสถาบันอาชีวะตามแนวชายแดน จำนวน 10 คน เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูงในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแรงงานต่างด้าวเป็นลูกจ้าง จำนวน 10 คน และหัวหน้าผู้คุมแรงงานต่างด้าวในโรงงานอุตสาหกรรมของไทย จำนวน 10 คน ในส่วนการวิจัยเชิงปริมาณ ผู้วิจัยเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นหัวหน้าหรือผู้คุมแรงงานต่างด้าวในโรงงานอุตสาหกรรม จำนวน 400 ชุด และ นักศึกษาอาชีวะระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 2 จำนวน 400 ชุด
ผลการศึกษาพบว่า ความแตกต่างระหว่างความต้องการของหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมไทยที่ใช้ภาษาเพื่อนบ้าน กับทักษะความสามารถของนักศึกษาอาชีวะในแถบชายแดนของประเทศไทย มีดังนี้ 1) การแก้ปัญหาที่เกิดจากแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย 2) ระดับของภาวะผู้นำ 3) คุณลักษณะด้านภาวะผู้นำ 4) แนวทางการเตรียมความพร้อมในการทำงาน 5) การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างหัวหน้างานและแรงงานต่างด้าว 6) คุณลักษณะของหัวหน้างาน 7) นโยบายสาธารณะกับช่องทางอาชีพ
แนวทางการเตรียมความพร้อมในการทำงานและสร้างช่องทางอาชีพให้กับนักศึกษาอาชีวะที่พูดได้ 2 ภาษา สามารถทำได้ดังนี้ 1) ด้านกายภาพ โดยการส่งเสริมนโยบายและจัดกิจกรรมด้านการประกันสุขภาพประจำปี และการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเพียงพอ 2) ด้านสติปัญญา โดยการส่งเสริมกระบวนการคิดเชิงระบบและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำ ทักษะเฉพาะด้านและความรู้ด้านภาษาเพื่อนบ้าน 3) ด้านสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้และชี้ช่องทางอาชีพ 4) ด้านอารมณ์ แรงจูงใจ และบุคลิกภาพ โดยการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญในการให้ความรู้ด้านการควบคุมอารมณ์และการสร้างบุคลิกภาพที่ดี 5) ด้านการสื่อสาร โดยการจัดให้มีการอบรม ฝึกฝนให้ความรู้พื้นฐานด้านภาษาเพื่อนบ้านที่จำเป็นสำหรับงาน รวมไปถึงการพัฒนาหลักสูตรภาษาเพื่อนบ้านในสถาบันอาชีวะศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กรมการจัดหางาน. (2563). ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 – 2565. กรุงเทพฯ: กรมการจัดหางาน.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ของกระทรวงศึกษาธิการ (เพื่อประกอบการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2560). กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ.
โกสุมภ์ สายจันทร์. (2554). บทสังเคราะห์ชุดโครงการวิจัยเรื่อง สถานะและปัญหาของทายาทรุ่นที่ 2 ของผู้
ย้ายถิ่นจากประเทศพม่า. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุวิไล เปรมศรีรัตน์. (2550). แนวทางการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมทางภาษา : การสร้างระบบเขียนสำหรับภาษาชาติพันธ์ในประเทศไทย. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล.
เสาวณี จันทะพงษ์. (2554). สภาวการณ์การขาดแคลนแรงงานและพฤติกรรมการเคลื่อนย้ายแรงงานของไทย: ผลจากการสำรวจการจ้างงานปี 2554. กรุงเทพฯ: ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย.
อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย. (2558). เจาะลึกแรงงานอุตสาหกรรมไทยและความต้องการ 5 ปีข้างหน้า. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2562 จาก http://wwww.industry.go.th
Allen, L. M. (2010). A Critique of Four Grounded Theory Texts. The Qualitative Report, 15(6),
-1620.
Azita et al. (2012). The Effectiveness of Problem - Based Learning Methods in Improving High-
Order Thinking Skills. Journal of Physics: Conference Series, 1150, 1-11.
Bakic-Miric, N. (2008). Successful Doctor-Patient Communication and Rapport building as key skills of Medical Practice. Medicine and Biology, 15(2), 74-79.
Bass, B. M. (1990). From transactional to transformational leadership: Learning to share the vision. Organizational Dynamics, 18(3), 19-31.
Bass, B.M. and Avolio, B.J. (1994). Full range leadership development-Manual for the multifactor leadership questionnaire. Redwood City, CA: Mind Garden.
Bovee, L. C. (1993). Management. New York: McGraw-Hill.
Daft, R. L. (1994). Management, 3rd ed. Fort Worth: The Dryden Press.
Dahl, R. A. (2005). What Political Institutions Does Large-Scale Democracy Require?. Political Science Quarterly, 120(2), 187–197.
Downing, J., & Thackray, D. (1971). Reading readiness. London: University of LondonPress.
Gardner. J. W. (1989). On leadership. New York: Free Press.
Hoy, W.K. and, Miskel, C.G. (1991). Educational Administration: Theory - Research – Practice.
Singapore: McGraw – Hill, Inc.
Inoue, K. (2007). Flood disaster in Japan. J. Disaster Res., 2, 3-10.
Jacobs, T.O. & Elliott, Jaques. (1990). Military Executive Leadership. Measures of Leadership. Greenboro: Center for Creative Leadership.
Jiang, H. (2006). Trends in anthropogenic mercury emissions in China from 1995 to 2003. Environmental Science and Technology, 40(17): 5312–5318.
Lindgrend, E. (1962). Editorial. SAGE Journals, 57(1), 1-2.
Loosemore, M., and Andonakis, N. (2007). Barriers to implementing OHS reforms – the experiences of small subcontractors in the Australian construction industry. International Journal of Project Management, 25, 579-588.
Rosabeth, M. K. (1995). World Class. New York: Simon & Schuster.
Schroder, H.M. (1995). Managerial Competence: The Key to Excellence - A new strategy for Management development in the information age. Iowa. Im: Kendall/Hunt Publishing Company.
Sergiovanni, T. J., and Moore, J. H. (1989). Schooling for tomorrow. Boston: Allyn and Bacon.
Trewatha, R. L., and Newport, G. M. (1982). Management. (3rd ed.). Plano, TX: Business.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

