แนวทางการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนประเภทศาสนสถานในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • จินดา ทับทิมดี และ กัญญามน กาญจนาทวีกูล

คำสำคัญ:

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน, ประเภทศาสนสถาน

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาลักษณะธุรกิจแนวทางการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเภทศาสนสถานอย่างยั่งยืนในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย  2) เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเภทศาสนสถานอย่างยั่งยืนในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย 3)เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคแนวทางการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเภทศาสนสถานอย่างยั่งยืนในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย 4)เพื่อศึกษาการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนประเภทศาสนสถานในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย

     ผลการวิจัยพบว่าลักษณะธุรกิจแนวทางการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเภทศาสนสถานอย่างยั่งยืนในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทยพบว่ากลยุทธ์ในการจัดการธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมควรมีกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบแท้จริงในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนักท่องเที่ยวต้องรู้สึกสัมผัสวิถีชีวิตแบบแท้จริงในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและต้องมีป้ายอธิบายข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวและป้ายบอกประวัติความเป็นมาของสถานที่มีการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมให้อยู่ในสภาพที่ดีและอยากมาที่นี้อีกแบบประทับใจถ้านักท่องเที่ยวรู้สึกดีกับสถานที่ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุขต้องการชื้อของฝากของที่ระลึกกลับไปและต้องการกลับมาท่องเที่ยวอีก

     สำหรับผลด้านสภาพแวดล้อมภายในสภาพแวดล้อมภายนอกของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเภทศาสนสถานอย่างยั่งยืนในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทยพบว่าควรมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทางด้านการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวโดยให้อนุรักษ์สภาพเดิมและเอกลักษณ์เดิมไว้ซึ่งในยุคสมัยนี้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเภทศาสนสถานจะออกแนวเชิงธุรกิจมากยิ่งขึ้นมีการทำธุรกิจทางด้านบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิที่ราคาค่อนข้างแพงเกินไปซึ่งเราเป็นชาวพุทธมาทำการบูชาพระราคาจะต้องถูก

     ผลการวิจัยด้านปัญหาและอุปสรรคทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนประเภทศาสนสถาน ในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทยพบว่าควรมีการพัฒนาทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นทางด้านของเรื่องห้องน้ำต้องสะอาดไม่สกปรกและมีไว้รองรับสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุและเรื่องของทางด้านสิ่งอำนวยประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวเช่นที่จอดรถสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุทางเดินสำหรับคนพิการหรือผู้สูงอายุและต้องการให้มีการจัดพนักงานอธิบายข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวและประวัติความเป็นมาของสถานและมีกิจกรรมระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชนหรือพ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบการร้านค้า

     สำหรับผลด้านแนวทางในด้านการพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนประเภทศาสนสถานในภาคกลางตอนล่างของประเทศไทยพบว่าการพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทางด้านการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมีการจัดมาตรการทางด้านสถานที่จำหน่ายของที่ระลึกให้แก่ร้านค้า/ตัวแทนจำหน่ายสินค้าทางด้านราคาค่าเช่าค่าส่วนกลางและมาตรการทางด้านราคาสินค้าที่ทำการจัดจำหน่ายและคุณภาพสินค้าในการจัดจำหน่ายการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านห้องน้ำที่สะอาดถูกสุขลักษณะและเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวมีการจัดเตรียมสถานทีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการและมีการจัดสถานที่จำหน่วยของที่ระลึกให้เป็นสัดส่วนพร้อมทั้งควรมีการจัดพนักงานบริการข้อมูลการประชาสัมพันธ์ให้เพียงพอรวมถึงมีการจัดกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น

เอกสารอ้างอิง

กัญญามน อินหว่างและคณะ. (2554). แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก.ทุนสนับสนุนการวิจัย. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยพิษณุโลก.

กัญญามน อินหว่างและคณะ. (2556). แนวทางการพัฒนานวัตกรรมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก.ทุนสนับสนุนการวิจัย. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยพิษณุโลก.

กัลยรัศมิ์ทิณณัตน์. (2557). แนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน:กรณีศึกษาบ้านโคกโก่งตําบลกุดหว้าอําเภอกุฉินารายณ์จังหวัดกาฬสินธุ์.แหล่งทุน: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน.ประจําปีงบประมาณ 2555.

กฤตภรญขัติยะวงศ์. (2559). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: ศึกษากรณีตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม. หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตกลุ่มวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนวิทยาลัยการบริหารรัฐกิจมหาวิทยาลัยบูรพาพฤษภาคม 2559.

Wanichyada Wajirum, Kanyamon Inwang, (2018). Development of Business of Strategies of Community Enterprise Entrepreneurs: A Case Study on Herbel Product Business in Lower Central Region 1. ABAC ODI Journal. Vision. Vol 5. No.1 2018. Page 117-129.

Yang Li, (2007). การวางแผนสำหรับการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ กรณีศึกษาจากสิบสองปันนา ยูนนาน จีน.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-06-26

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย