ผลของการประยุกต์ใช้โปรแกรมการออกกำลังกายแบบพิลาทิศที่มีต่อดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมันของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
คำสำคัญ:
โปรแกรมการออกกำลังกายแบบพิลาทิส, ดัชนีมวลกาย, เปอร์เซ็นต์ไขมันบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการประยุกต์ใช้โปรแกรมการออกกำลังกายแบบพิลาทิสที่มีต่อดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมันของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยพัฒนาโปรแกรมการออกกำลังกายจากโปรแกรมแบบพิลาทิสของการกีฬาแห่งประเทศไทยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม จำนวน 24 คนได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยโปรแกรมอำนาจการทดสอบ G*Power ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตามเกณฑ์การคัดเข้าที่กำหนดจากผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย มากกว่า 23 ขึ้นไปไม่มีโรคประจำตัว ไม่เป็นโรคเบาหวาน ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ไม่มีประวัติเคยประสบอุบัติเหตุที่ต้องผ่าตัดกระดูก ใน 6 เดือน และไม่มีอาการอ่อนแรงของแขนขาและบกพร่องทางระบบประสาท เกณฑ์ในการคัดออก โดยกลุ่มตัวอย่างสามารถคัดออกจากการศึกษาได้ทุกเวลาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นโปรแกรมการออกกำลังกายแบบพิลาทิส ที่ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และความเหมาะสมของโปรแกรมการออกกำลังกาย โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 ท่าน ได้ความเหมาะสมของโปแกรมอยู่ในระดับมาก และเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ เอฟ (F-test MANOVA) ผลการวิจัย พบว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีที่น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ออกกำลังกายระยะเวลาสัปดาห์แตกต่างกัน มีค่าดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมันแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p = 0.022, p= 0.004) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรส่งเสริมให้มีการนำโปรแกรมการออกกำลังกายแบบพิลาทิสไปสู่นโยบายขององค์กรในการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กรมพลศึกษา.(2544). กิจกรรมทดสอบและสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย.กรุงเทพมหานคร:สำนักพัฒนาการพลศึกษา สุขศึกษา พลศึกษาและนันทนาการ.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.(2548). คู่มือพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. (2535). พิมพ์ครั้งที่ 3.กรุงเทพมหานคร : องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
ณัฐนันท์ แซมเพชร. (2556). ผลของการออกกำลังกายแบบพิลาทิสและการออกกำลังกายแบบแอโรบคิที่มีต่อระดับไขมันช่องท้องในผู้หญิงอ้วน. กรุงเทพมหานคร : สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2553). ชุดวิชา 21701 การวิจัยหลักสูตรและการเรียนการสอน หน่วยที่ 10 สถิติวิเคราะห์เชิงปริมาณ : สถิติบรรยายและสถิติพาราเมตริก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Cakmakci, O. (2011) .The effect of 8 week pilatesexerxise on body composition in obese wemen.Collegium antropoligicum. 4: 1045-1050
Cooper, Kenneth, H. ;& Mildred, Cooper. (1988). The New Aerobic for Women. New York: Bantam Book.
Jago, R., M. L. Jonker, M. Missaghian and T. Baranowski.(2006). Effect pf 4 weeks of Pilates on the body composition of young girls.Preventive Medicine. 42: 177-180.
Melinda, B. and H. Suzanne. (2003) .The perils of portiness: cause and consequences of visceral adiposity. Prespectives in Diabetes. 49: 883-888
Ormsbee, M. J., J. P. Thyfault, E. A. Johnson, R. M. Kraus, M. D. Choi and R. C. Hickner. (2007). Fat metabolism and acute resistance exercise in trained men. Journal of Applied Physiology. 102: 1767-1772.
Pan, F.R. (2007). Effects of Pilate’s exercise program on physical and mental health of communit-dwelling middle to older adults with obesity. M.S.Thesis, Fooyin University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

