โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความตั้งใจในการซื้อซ้ำเสื้อผ้าผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
คำสำคัญ:
เฟซบุ๊กไลฟ์, ความตั้งใจซื้อซ้ำ, โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความตั้งใจในการซื้อซ้ำเสื้อผ้าผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 400 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวกจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการซื้อซ้ำเสื้อผ้าผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ซึ่งใช้เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลวิจัยได้แก่ แบบสอบถามออนไลน์แบบมาตรประมาณค่า 7 ระดับ โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างใช้โปรแกรมสำเร็จรูปการวิเคราะห์ข้อมูลโมเดลวิจัย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ด้านคุณภาพของเฟซบุ๊กไลฟ์ 2) ด้านความไว้วางใจ 3) ด้านการรับรู้ประโยชน์ 4) ด้านความเพลิดเพลิน 5) ด้านบรรทัดฐานของบุคคลเกี่ยวกับพฤติกรรม 6) ด้านความตั้งใจซื้อซ้ำเสื้อผ้าผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์
ผลการวิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ พบว่าโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี โดยมีค่าสถิติไค-สแควร์ (c2) เท่ากับ 525.69, ค่าองศาอิสระ (df) เท่ากับ 383, ค่า CMIN/df เท่ากับ 1.37, ค่า GFI เท่ากับ 0.92, ค่า AGFI เท่ากับ 0.90, ค่า SRMR เท่ากับ 0.04, ค่า RMSEA เท่ากับ 0.03 และค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์เท่ากับ 0.65 แสดงว่าตัวแปรโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของความตั้งใจซื้อสินค้าได้ร้อยละ 65 พบว่าด้านการรับรู้ประโยชน์ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อซ้ำเสื้อผ้าผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์มากที่สุด รองลงมาคือ ด้านบรรทัดฐานของบุคคลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้านคุณภาพของเฟซบุ๊กไลฟ์ ด้านความเพลิดเพลิน และด้านความไว้วางใจ ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
กริช แรงสูงเนิน. (2554). การวิเคราะห์ปัจจัยด้วย SPSS AMOS เพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2556). การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง (SEM) ด้วย AMOS. กรุงเทพฯ : สามลดา.
ชไมพร กาญจนกิจสกุล. (2555). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. ตาก: โพรเจ็คท์ ไฟฟ์-โฟว์.
ฉัตรเฉลิม เกิดสวัสดิ์ และสุมามาลย์ ปานคำ. (2560). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการยอมรับและการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อพฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียของข้าราชการโรงเรียน
นายร้อยพระจุลจอมเกล้า. 3rd National and International Conference on Education Research and Social Development (NICERSD 2017). 28 เมษายน 2560. 56-62.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดลลิสเรล สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2555ก). การกำหนดขนาดตัวอย่างและสถิติวิเคราะห์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจในการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2555.กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.). (2561). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2561. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม, 2562, จาก https:// www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2017.html
สุดาทิพย์ ยอดสายออ. (2559). การยอมรับเทคโนโลยี Facebook Live และความน่าเชื่อถือของข้าวของ Page ที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าบน Facebook. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
Ajzen, I., & Fishbein, M. (1975). A Bayesian analysis of attribution processes. Washington DC: Psychological Bulletin.
Almaghrabi, T. & Ahmed, T. (2010). The Factors Driving Repurchasing Intention to Online Shopping (e-Loyalty): Behaviour differences in the case of Saudi Arabia. United Kingdom: Brunel Business School, Brunel University.
He, Z. L., Kim, Se H. G., & Du H. (2017). The influence of consumer and product haracteristics on intention to repurchase of smart band. International Journal of Asia Digital Art & Design. 21(1), 13-18.
Kongmalai, A. & Distanon, A. (2018). Research Techniques in Technology and Innovation Management. Bangkok: Thamasart University Press. [in Thai]
Morgan, R.M., & Hunt, S.D. (1994). The commitment-trust theory of relationship marketing. Journal of Marketing, 58(3), 20–38.
Selim Aren. (2013). Factors affecting repurchase intention to shop at the same website. United Kingdom: Social and Behavioral Sciences.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

