การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสะตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ทางด้านการตลาดดิจิทัล
คำสำคัญ:
รูปแบบการเรียนรู้, สะตีมศึกษา, ความคิดสร้างสรรค์, การตลาดดิจิทัลบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสะตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทางด้านการตลาดดิจิทัล และ 2) เพื่อประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสะตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทางด้านการตลาดดิจิทัล โดยกลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหลักสูตรและเทคนิคการสอน ด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านการออกแบบกราฟิก และด้านการตลาดดิจิทัล จำนวน 11 ท่าน โดยคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
- รูปแบบสะตีมศึกษาที่พัฒนาขึ้นเมีองค์ประกอบของรูปแบบแบ่งออกเป็น 4 องค์ประกอบดังนี้ 1) ด้านการวิเคราะห์ (Analysis) 2) ด้านกิจกรรม (Activities) 3) ด้านการประเมินผล (Assessment) และ 4) ด้านการปรับปรุงแก้ไข (Revision)
- รูปแบบสะตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทางด้านการตลาดดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย = (
4.56 S.D. = 0.49)
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2556). การคิดเชิงสร้างสรรค์ (พิมพ์ครั้งที่10). กรุงเทพฯ: ซัคเซสมีเดีย.
เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว. (2559). เมื่อ Thailand 4.0 ถูกขับเคลื่อนด้วย Education 2.0. สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2560 จาก http://apps.qlf.or.th/member/UploadedFiles/prefix-16072559-042327-4g1SD1.pdf
จารีพร ผลมูล. (2558). การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการแบบ STEAM สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 : กรณีศึกษา ชุมชนวังตะกอ จังหวัดชุมพร. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 34 มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 27 มีนาคม 2558 ณ ห้องประชุมหมอดินแดง คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประสาท อิศรปรีดา. (2538). สารัตถจิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: นำอักษรการพิมพ์.
รักษพล ธนานุวงศ์. (2556). เรียนรู้สภาวะโลกร้อนด้วย STEM Education แบบบูรณาการ. สสวท., 41(182), 15-16.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
สุพัตรา คำแหง, และคณะ. (2561). การตลาดสมัยใหม่ของผู้ประกอบการใหม่บนพื้นฐานประเทศไทย 4.0. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยธนบุรี, 12(29), 45-55.
สุรเชษฐ์ จันทร์งาม, และพัลลภ พิริยะสุรวงศ์. (2561). รูปแบบการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านผสานด้วยความจริงเสริมเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยธนบุรี, 12(29), 229-240.
Porter, M. E. (1980). Competitive Strategy: Techniques for Analyzing Industries and Competitors. New York: Free Press.
Torrance, E. P. (1963). Education and the creative potential. University of Minnesota Press., อ้างถึงใน อารี พันธ์มณี. (2557). ฝึกให้คิดเป็น คิดสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Yakman, G. (2013). STEAM Education Program Description. Retrieved April 25, 2015, from https://www.steamedu.com
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

