RESULTS OF MINOR GAMES ACTIVITIES AFFECTING IN PRESCHOOL CHILDREN GROSS MOTOR ABILITIES AT CHILD CARE CENTER
Keywords:
Gross Motor, Minor Games Activities, Preschool Children, Child Care CenterAbstract
This research aimed to compare the gross motor abilities of preschool children before and after participating in Minor Game Activities.The population comprised 32 preschool children, both boys and girls, aged 3 to 4 years, from two classrooms. These children were enrolled in the first semester of preschool year 1 during the academic year 2024 at the mentioned school. The sample group consisted of 16 students obtained through cluster random sampling from one of the similar classrooms. The experimental period lasted 8 weeks, with sessions conducted three days a week. The research tools of minor game activities with a content validity index of 1.00. The practical test instrument measured gross motor abilities with a content validity index of 1.00. Statistical analysis utilized mean and standard deviation
The research findings revealed that preschool children, after participating in Minor Game Activities, demonstrated an increase in gross motor abilities at the statistical significance level of .05. The overall mean before the experiment was 6.81, and after the experiment, increasing to 12.50.
References
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560 ก). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 สําหรับเด็กอายุ3 - 6 ปี. กรุงเทพฯ: สํานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
กรมพละศึกษา. (2561). กิจกรรมนันทนาการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: เอส.ออฟ เซ็ทกราฟิคดีไซน์.
กัญญาวีร์ ใครวงษ์. (2562). ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ การประดิษฐ์เศษวัสดุของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2/3 โรงเรียนบ้านห้วยกะปิ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา)
กันยาวีร์ แก้วนิคม. (2566). การพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย โดยการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการใช้นิ้วมือ โรงเรียนวัดเกิดการอุดม จังหวัดปทุมธานี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร)
แก้วตา แซ่ล่าย และสุพันธ์วดี ไวยรูป. (2562). การพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3/4 โรงเรียนวัดอมรินทราราม โดยใช้กิจกรรมตารางพาเพลิน. วารสารวิชาการ
ครุศาสตร์สวนสุนันทา, 3(1), 21–29. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ssru-edu/article/view/256152
คณิศร จันทร์พาณิชย์, สุพัฒนา ศักดิษฐานนท์, พูลสุข ศิริพูล และจินตนา ตั้งวรพงศ์ชัย. (2564). พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ในเด็กอายุ 24 – 36 เดือน: การศึกษาเบื้องต้น. หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเด็ก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
จรินทร์ ภู่ระหงษ์ และจรรยา ชื่นเกษม. (2563). กิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นระดับปฐมวัย. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษาพิเศษ, 9(1), 11-24.
ชุลีพร นาหัวนิล, นนทชนนปภพ ปาลินทร, อภิรดี ไชยกาล และ ชลิลลา บุษบงก์. (2563). การใช้กิจกรรมการละเล่นของเด็กไทยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อใหญ่ สำหรับเด็กปฐมวัย. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 5(1), 279-390.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2560). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
นภาวัลย์ ซิ่วนัส, ทรงศรี ตุ่นทอง และทิพวัลย์ คำคง. (2562). การพัฒนาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลแบบมีส่วนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในภาวการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, 1(2), 66–75. สืบค้นจาก https://so07.tci-thaijo.org/index.php/VRUJ/article/view/2768
นเรศ แสนสอาด, ระวิวรรณ วรรณวิไชย และวรพล อร่ามรัศมีกุล. (2566). การประยุุกต์์ใช้้ท่าเซิ้ิงกระติบข้าว เพื่อการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่่สำหรับเด็กปฐมวัย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
พภัสรัชต์ ดียิ่ง. (2561). การศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเล่นเกมเบ็ดเตล็ดที่มีต่อความสามารถด้านการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัย ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนพระยาสุเรนทร์ กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร)
ภัทราภรณ์ ยอดบุญยืน. (2559). รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาเพลงเด็กประกอบการเล่นนิ้วมือเพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.
ภัทรีพันธุ์ ทิพย์บุญศรี. (2560). การพัฒนากล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมงานประดิษฐ์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์)
มงคล แฝงสาเคน. (2548). เกมเบ็ดเตล็ด. กรุงเทพฯ: โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.
รักลูก. (2560). กิจกรรมสำหรับเด็ก การเล่นของลูกอนุบาลวัย 3 - 6 ปี. [ออนไลน์]. สืบค้นจากจาก http://www.rakluke.com/article/6/28/1779/
วิชิตา เกศะรักษ์. (2562). ผลการใช้ชุดกิจกรรม การรับความรู้สึกทรงตัว และการเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ระดับปฐมวัย. วารสาร Sikkhana, 6(7), 91–108.
วัชรีย์ ร่วมคิด, ปวีณา เที่ยงพรม และธนาพูน วงค์ษา. (2566). ผลของการใช้กิจกรรมเกมการเล่นกลางแจ้งที่มีต่อพฤติกรรม ทางสังคมของเด็กปฐมวัย. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 4(6), 129-142.
ศิรินทร ทาสีทอง. (2560). การศึกษาความสามารถใช้กล้ามเนื้อใหญ่ของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา จากการใช้โปรแกรมการฝึกกิจกรรมโยคะเพื่อเด็กพิเศษ. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม)
ศุภกร บัวหยู่, พิมพา ม่วงศิริธรรม และอนันต์ มาลารัตน์. (2562). การพัฒนาหลักสูตรพลศึกษาเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ สำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 30(1), 86–96.
อุรพี แซมหิรัญ. (2561). การพัฒนาพฤติกรรมความมีวินัยในตนเองของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ การจัดกิจกรรมกลางแจ้งโดยการเล่นเกม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองบ้านบึง (เซิดน้อย) จังหวัดชลบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร)
Bandura, A., & Walters, R. H. (1963). Social learning and personality development. Holt, Rinehart & Winston.
Gesell, A. (1940). The first five years of life: A guide to the study of the preschool child. Harper & Brothers.
Downloads
Published
Issue
Section
License
Copyright (c) 2025 Suvarnabhumi Institute of Technology

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

