The การพัฒนาตัวบ่งชี้องค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร

ผู้แต่ง

  • วรันลักณ์ นวกรณ์จิราคุณ นักศึกษาปริญญาโท คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
  • ทรัพย์หิรัญ จันทรักษ์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
  • พรเทพ เสถียรนพเก้า อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

คำสำคัญ:

องค์กรสมรรถนะสูง, การพัฒนาตัวบ่งชี้, องค์ประกอบ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบองค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร 2) พัฒนาตัวบ่งชี้องค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร 3) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลโครงสร้างตัวบ่งชี้องค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารกับข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนและครู จำนวน 351 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ด้วยวิธีของเพียร์สันและค่าพารามิเตอร์โดยวิธีไลค์ลิฮูดสูงสุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิต

ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารในภาพรวม ยืนยันความเหมาะสมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน เห็นด้วยร้อยละ 100         ทั้ง  4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การพัฒนาบุคลากร การจัดการความรู้ ภาวะผู้นำ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย      2) องค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก 15 องค์ประกอบย่อย 86 ตัวบ่งชี้ จำแนกเป็นการพัฒนาบุคลากร จำนวน 20 ตัวบ่งชี้   การจัดการความรู้ จำนวน 19 ตัวบ่งชี้ ภาวะผู้นำ จำนวน 30 ตัวบ่งชี้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 17 ตัว    3) โมเดลโครงสร้างตัวบ่งชี้องค์กรสมรรถนะสูงของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-Square = 35.15, df = 28, p-value = .17, GFI = .99, AGFI = .94 RMSEA = .027) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). กฎกระทรวงกำหนดระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพภายในสำหรับสถานศึกษาที่จัดการศึกษานอกระบบ พ.ศ. 2555, (14 พฤศจิกายน 2555). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 129. ตอนที่ 106 ก.

คเชนทร์ ผลจันทร์. (2562). ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประสิทธิผลของการเรียนการสอน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23. (วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร)

ชลธิชา บุนนท์. (2564). การศึกษาองค์ประกอบขององค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 21. (วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยขอนแก่น)

บัวรัตน์ ศรีนิล. (2560). เอกสารประกอบการเรียน การออกแบบวิจัยธุรกิจ การเก็บรวบรวมข้อมูลการออกแบบแบบสอบถาม และการเลือกตัวอย่าง. เชียงใหม่: คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ปิยภัทร ทองพรม. (2563). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยบูรพา)

ปัสรินญา ผ่องแผ้ว. (2563). การพัฒนาตัวบ่งชี้การทำงานเป็นทีมที่มีสรรถนะสูงของโรงเรียนสังกัดเทศบาล. (วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี)

ภัทรวรรณ์ ทาขุลี. (2564). การพัฒนาบุคลากรที่ว่าการอำเภอชุมแพภายใต้บริบทการบริหารประเทศไทย 4.0 วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ 1 (3).

ลัดดาวัลย์ เชื้อพลบ. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษากับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู สหวิทยาเขตระยอง 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. (วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยบูรพา)

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร (2565). ข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565. กลุ่มบริหารงานบุคคล. มุกดาหาร: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2560). เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ : วิชั่นพริ้นท์แอนด์มีเดีย.

อรวรรณ รามจักร. (2561). กระบวนการพัฒนาบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกิ่ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง. (วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง)

เผยแพร่แล้ว

2026-04-23

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย