การศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบริการสังคมเพื่อพัฒนาทักษะ การเรียนรู้และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาชุมชนสำหรับนักศึกษาสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

ผู้แต่ง

  • ปรเมศวร์ พืชผักหวาน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

คำสำคัญ:

รูปแบบการจัดการเรียนรู้ , ทักษะการเรียนรู้ , การเรียนรู้แบบบริการสังคม

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบริการสังคม เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาชุมชนสำหรับนักศึกษา 2) ศึกษาความเหมาะสมขององค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบริการสังคม เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาชุมชนสำหรับนักศึกษา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยคือแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสอบถามความคิดเห้นจากผู้เชี่ยวขาญ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

           ผลการวิจัยพบว่า

  1. 1. องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบริการสังคม เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาชุมชนสำหรับนักศึกษา มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) จุดมุ่งหมาย 3) เนื้อหา 4) กระบวนการจัดการเรียนรู้ซึ่งมี 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติการ ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างความรู้และประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ขั้นที่ 4 ขั้นประเมินผลงาน และ 5) การวัดและประเมินผล
  2. ความเหมาะสมขององค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบริการสังคม เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาชุมชนสำหรับนักศึกษา พบว่า โดยภาพรวมองค์ประกอบทั้งหมดของรูปแบบการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.89) โดยแบ่งออกเป็น 1) หลักการ ๖  = 4.80) 2) จุดมุ่งหมาย (  = 4.92) 3) เนื้อหา (  = 5.00) 4) กระบวนการจัดการเรียนรู้
    (  = 4.89) 5) การวัดและการประเมินผล (  = 4.89)

เอกสารอ้างอิง

คณะอนุกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองด้านพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดี. (2554). ยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองดี พ.ศ. 2553 – 2561. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุปผชาติ ทัฬหิกรณ์. (2552). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: โครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ.

ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2559). ปรัชญาการศึกษาเชิงสร้างสรรค์และผลิตภาพ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศักดิ์ชัย นิรัญทวี. (2548). รายงานการวิจัยเอกสารการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองดี. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดีการพิมพ์.

สหัทยา พลปัถพี. (2548). การนำเสนอแนวทางการพัฒนาคนให้มีคุณลักษณะตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิก.

Anderson, T. P. (1997). Using models of instruction. In C. R. Dills & A. J. Romiszowski (Eds.), Instructional development paradigms. Englewood Cliffs, NJ: Educational Technology Publications.

Ash, S. L., & Clayton, P. H. (2009). Generating, deepening, and documenting learning: The power of critical reflection in applied learning. Journal of Applied Learning in Higher Education, 1(1), 25–48.

Eyler, J., & Giles, D. E. (1999). Where’s the learning in service-learning? San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Eyler, J., & Giles, D. E. (2020). Where's the learning in service learning? California: Jossey-Bass Publisher.

Gardner, H. (2006). Five minds for the future. Boston: Harvard Business School.

Hahn, P. C., & Edwards, N. L. (1998). Osteoarthritis: Presentation, pathogenesis, and pharmacologic therapy (online).

Jacoby, B. (2003). Building partnerships for service-learning. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Joyce, B., & Weil, M. (1986). Models of teaching. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.

Spady, W. G. (1994). Outcome-based education: Critical issues and answers. Arlington, VA: American Association of School Administrators.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-23

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย