ปัจจัยที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและความผูกพันต่อองค์การ
คำสำคัญ:
แรงจูงใจ, ความผูกผันต่อองค์การ , ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ความผูกพันต่อองค์การ ความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน และศึกษาปัจจัยแรงจูงใจในการปฎิบัติงานต่อความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างคือพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยเจาะจงเฉพาะผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นพนักงานบริษัท จำนวน 179 ตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Average) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent sample t-test, One-way ANOVA และ Multiple regression analysis
ผลการวิจัย พบว่าปัจจัยแรงจูงใจในการปฏิบัติงานจำแนกตามเพศและอายุไม่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน จำแนกตามระดับการศึกษา ปัจจัยด้านนโยบายและการบริหาร ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชามีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน จำแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือนปัจจัยด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เงินเดือนและสวัสดิการ ความสำเร็จในการทำงาน ลักษณะของงาน และความรับผิดชอบในหน้าที่การงานมีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน
เอกสารอ้างอิง
กนกพร กระจ่างแสง และ วิโรจน์ เจษฎาลักษณ์. (2560). อิทธิพลของแรงจูงใจในการทำงานและการสนับสนุนจากองค์กรที่ส่งผลต่อคุณภาพในการปฏิบัติงานผ่านความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรโรงพยาบาลนครธน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 11(26), 116-129.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2561). องค์การและการจัดการสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2564). การบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล กรุ๊ป.
ตรีภพ ชินบูรณ์. (2560). คุณภาพชีวิตในการทำงานกับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยนครพนม. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 7(3), 1-9.
ธนญาดา เดชนิติคุณ. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กรของข้าราชการสำนักงานสรรพากรพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร. (การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาโท, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร Sarasas Journal of Humanities and Social Science ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

