รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของทฤษฎีรวมการยอมรับและการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียของข้าราชการโรงเรียน เตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ CASUAL RELATIONSHIP MODEL OF UNIFIED THEORY OF ACCEPTANCE AND USE OF TECHNOLOGY ON COMMUNICATION BEHAVIOR IN ORGANIZATION THROUGH SOCIAL MEDIA OF ARMED FORCES ACADEMIES PREPARATORY SCHOOL

ผู้แต่ง

  • ศุภสัณห์ เกิดสวัสดิ์ วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต
  • สุมามาลย์ ปานคำ วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

คำสำคัญ:

รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ, ทฤษฎีรวมการยอมรับและการใช้เทคโนโลยี, การสื่อสารภายในองค์กร, โมเดลสมการโครงสร้าง, โซเชียลมีเดีย

บทคัดย่อ

           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของทฤษฎีรวมการยอมรับและการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียฯ ที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ข้าราชการโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ที่เคยใช้แอปพลิเคชันไลน์ในการสื่อสารภายในองค์กร จำนวน 400 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย โดยใช้เทคนิควิธีการจับฉลากรายชื่อ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 7 ระดับ ที่มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของทฤษฎีรวมการยอมรับและการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียฯ ประกอบด้วย 6 ตัวแปร ดังนี้ ต้วแปรต้น ได้แก่ ความคาดหวังในประสิทธิภาพของโซเชียลมีเดีย ความคาดหวังในการใช้งานโซเชียลมีเดีย อิทธิพลทางสังคมต่อการใช้งานโซเชียลมีเดีย สภาพสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งานโซเชียลมีเดีย ตัวแปรส่งผ่าน ได้แก่ พฤติกรรมความตั้งใจในการใช้งานโซเชียลมีเดีย และตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กร ผลการวิเคราะห์รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ พบว่า รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้น มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี มีค่าสถิติไค-สแควร์ (c2) = 230.86 ที่องศาอิสระ (df) = 117, CMIN/DF = 1.97, RMR = 0.04, RMSEA = 0.04 และในส่วนของค่าดัชนี AGFI, GFI, CFI, IFI, TLI = 0.91, 0.94, 0.98, 0.98, 0.97 ตามลำดับ โดยด้านความตั้งใจในการใช้งานโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กรมากที่สุด

Downloads

Author Biography

ศุภสัณห์ เกิดสวัสดิ์, วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

ฝ่ายสำนักพิมพ์

References

[1] สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2562). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ในประเทศไทย ปี 2561. กรุงเทพฯ: สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน).
[2] LINE Thailand. (2562). Infographic : สถิติผู้ใช้ของ LINE ประเทศไทยในปี 2019. สืบค้นเมื่อ 16 กันยายน 2562, จาก https://www.thumbsup.in.th/line-th-stats-2019/
[3] สิงหะ ฉวีสุข, และสุนันทา วงศ์จตุรภัทร. (2555). ทฤษฎีการยอมรับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ. KMITL Information Technology Journal, 1(1). สืบค้นจาก http://journal.it.kmitl.ac.th
[4] Venkatesh, V., Morris, M. G., Davis, G. B., & Davis, F. D. (2003). User acceptance of information technology: Toward a unified view. MIS quarterly, 27(3), 425-487.
[5] โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ. (2562). ข้อมูลกำลังพลโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ปี 2562. กองกำลังพล โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ.
[6] นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดลลิสเรล: สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[7] สังวรณ์ งัดกระโทก. (2557). โมเดลสมการโครงสร้างสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์. เอกสารประกอบการสอน. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
[8] ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2560). เทคนิคการสร้างเครื่องมือวิจัย: แนวทางการนำไปใช้อย่างมืออาชีพ. กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
[9] Cronbach, L. J. (1984). Essentials of psychological testing. 4th ed. New York: Harper & Row.
[10] ชไมพร กาญจนกิจสกุล. (2555). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. ตาก: โพรเจ๊คท์ ไฟฟ์-โฟว์.
[11] บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
[12] กริช แรงสูงเนิน. (2554). การวิเคราะห์ปัจจัยด้วย SPSS และ AMOS เพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: เอ็ดยูเคชั่น.
[13] สุวิภา แสงพันธุ์ตา, และสุมามาลย์ ปานคำ. (2562). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรกระทรวงแรงงาน. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์, 4(1), 75-77.
[14] Ramon P.-S., Santiago F.-C., Javier S.-G., & Emilio R. (2019). User Acceptance of Mobile Apps for Restaurants: An Expanded and Extended UTAUT-2. Sustainability, 2019, 11, (1210). doi:10.3390/su11041210
[15] Ajzen, I., & Fishbein, M. (1975). Belief, Attitude, Intention and Behavior: An Introduction of Theory and Research. USA: Addison-Wesly.
[16] ตรีรัก ประภากรเกียรติ, และสุมามาลย์ ปานคำ. (2560). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการยอมรับและการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้บริการรับ-ส่งพัสดุผ่านแอปพลิเคชัน Airpay ของประชากรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. ใน การสัมมนาเครือข่ายนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ครั้งที่ 16 ประจำปีการศึกษา 2559 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายน พ.ศ. 2560. หน้า 622-623.
[17] A. Sarapat, & S. Lekcharoen. (2017). A Causal Relationship Model of Extended Unified Theory of Acceptance and Use of Technology Affecting Officers in the Armed Forces Academies Preparatory School’s Internal Communication Behavior via Social Media Application. pp. 181-189. In 3rd National and International Conference on Education Research and Social Development. 27-28 April 2017, Rangsit University, Pathumthani, Thailand

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2021-07-07

How to Cite

เกิดสวัสดิ์ ศ. ., & ปานคำ ส. . (2021). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของทฤษฎีรวมการยอมรับและการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียของข้าราชการโรงเรียน เตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ CASUAL RELATIONSHIP MODEL OF UNIFIED THEORY OF ACCEPTANCE AND USE OF TECHNOLOGY ON COMMUNICATION BEHAVIOR IN ORGANIZATION THROUGH SOCIAL MEDIA OF ARMED FORCES ACADEMIES PREPARATORY SCHOOL. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(24, July-December), 103–112. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swurd/article/view/252885