การจัดการความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรณีผ้าซิ่นเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เพื่อพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชน
คำสำคัญ:
การจัดการความรู้, มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม, ผ้าซิ่นไทยวนเสาไห้, การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยชุมชน, สระบุรีบทคัดย่อ
ผ้าทอไทยวน เป็นผ้าทอโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและมีความประณีต หากแต่การทอผ้าด้วยมือกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต เนื่องจากช่างทอผ้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ความรู้การทอผ้าด้วยมือกำลังจะหายไป นำมาสู่วัตถุประสงค์การวิจัย ได้แก่ เพื่อศึกษาการรวบรวมความรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ตลอดจนการจัดการความรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และเพื่อศึกษาการพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง รวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนเสาไห้มีการรวบรวมองค์ความรู้โดยปราชญ์ไทยวนเสาไห้แล้วจัดตั้งหอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวนเพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับประเพณี วิถีชีวิต และวิธีทอผ้า นอกจากนี้ ช่างทอผ้ายังรวบรวมความรู้โดยการเขียนกรรมวิธีการทอผ้าขึ้นด้วยภาษาของตนเองเพื่อให้สามารถทบทวนความรู้ได้ในภายหลัง ในส่วนของการจัดการและจัดเก็บความรู้เรื่องการทอผ้าเป็นลวดลายต่าง ๆ พบว่า ความรู้ดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ด้วยการจัดอบรมให้กับช่างทอผ้าในชุมชน รวมทั้งการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ในการออกแบบและแกะลวดลายจากทอผ้าเก่าอายุ 250 ปี จนลายผ้าดังกล่าวได้รับเลือกให้เป็นลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสระบุรี กระบวนการนี้ได้รับการพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยนำเสนอวัฒนธรรมไทยวนเสาไห้ที่มีจุดเด่น คือ การท่องเที่ยวเกี่ยวกับประเพณี วิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร และการแต่งกาย นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมพื้นที่ต้องแจ้งชุมชนล่วงหน้า จึงทำให้แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป ดังนั้น การจัดการความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรณีผ้าซิ่นเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เพื่อพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชน จึงเกิดจากความรัก และความภาคภูมิใจในมรดก
ทางวัฒนธรรมของชุมชนไทยวนเสาไห้ การจัดการความรู้เกี่ยวกับประเพณี วิถีชีวิต และศิลปะการทอผ้าซิ่นในอำเภอเสาไห้ จึงเป็นการรวบรวมองค์ความรู้อันหลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญในชุมชนอย่างเป็นระบบ องค์ความรู้นี้ได้มีการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง เพื่อเป็นการรักษาวัฒนธรรมไทยวนเสาไห้ รวมทั้งสามารถนำไปใช้ในสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม เรียนรู้ และรับข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมแก่นักท่องเที่ยวและมีส่วนช่วยในการสร้างรายได้ภายในชุมชนอย่างยั่งยืน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
Furlong, A., and Cartmel, F. (2001). The relationship between youth unemployment and social and economic maraginalisation. In B. Furåker (Ed.), Employment, unemployment, marginalization: Studies on contemporary labour market (pp. 103-122) Göteborg, Sweden: Göteborg University.
Good, C. V. (1973). Dictionary of education. New York: McGraw-Hill.
Meredith, P. (1961). Learning remembering and knowing. London: English University Press.
Prathomlek, K. (2004). Knowledge management stepping into the knowledge-based economy society. Executive Journal, 24(2), 111-117.
Pilamthaowat, O. (2011). Persuasive communication (5th ed.). Bangkok: Chulalongkron University.
Juthawijit, K. (1999). Communication in rural development (2nd ed.). Nakhon Pathom: Nakhon Pathom Rajabhat Institute.
Songthaveesin, V., and Udomrat, T. (2019). The development of a knowledge management model of hand - woven silk career group in Loei. Journal of Education Naresuan University, 21(2), 297-310.
Karlsone, A. (2022). Heritage-making: Written texts in the transmission of traditional knowledge of natural dyeing. Martor, 27, 15-27.
Ministry of Tourism and Sports. (2009). Guidelines for assessment of quality standards of cultural attraction. Bangkok: Office of Tourism Development.
Sarobon, S., Wongthaptim, U., and Songpornwanit, S. (2003). Community-based tourism: Concepts and experiences. Chiang Mai: Ming Mueang Nawarat.
Gunn, C., and Recker, M. M. (2001). New Zealand higher education the age of the global virtual university. Educational Technology Research and Development, 49(2), 106-116.
Kaewmaneerat, P., Petchkam, S., Vaseenonta, C., and Singyabuth, S. (2018). Ban Phu: The Phutai ethnic identity and development administration in the context of sustainable cultural tourism. Nakhon Phanom University Journal, 8(2), 17-25.
Tasneem, S., Khawar, M., and Hayat, R. (2022). Cultural tourism in Pakistan: Prospects and challenges. Journal of Social Sciences, 13(1), 24-34.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 4.0 International (CC-BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น โปรดอ่านหน้านโยบายของวารสารสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต