ความคิดเห็นของพระสังฆาธิการที่มีต่อภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของพระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา

ผู้แต่ง

  • พระอุดม อกิญฺจโน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช
  • พระครูโฆสิตวัฒนานุกูล (อนุกูล ปานประดิษฐ์) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช
  • สวัสดิ์ อโณทัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช

คำสำคัญ:

ความคิดเห็น, พระสังฆาธิการ, ภาวะผู้นำ, หลักสัปปุริสธรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรมของ      พระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม ของพระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา จำแนกตามพรรษา การศึกษา และประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่ง 3) เพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม ของพระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา และ   4) สร้างองค์ความรู้ใหม่และรูปแบบภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม ของพระราชวรเวที       (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ พระสังฆาธิการในจังหวัดสงขลา จำนวน 88 รูป โดยทำการสุ่มตัวอย่างแบบอย่างง่าย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่           ค่าร้อยละ/ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติทดสอบที (t-test) ค่าสถิติทดสอบเอฟ (F-test) และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD)

 

 

 

          ผลการวิจัยพบว่า

          1) ภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของพระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มี 7 ด้าน              ด้านปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักบุคคล มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมา ได้แก่             ด้านกาลัญญุตา ความรู้จักกาลเวลา ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ด้านปริสัญญุตา ความรู้จักชุมชนและสังคม 2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำตาม      หลักสัปปุริสธรรม 7 ของพระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา ของสังฆาธิการ ประกอบด้วย พรรษา วุฒิการศึกษาทางธรรม วุฒิการศึกษาทางบาลี วุฒิการศึกษาทางโลก และประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งพระสังฆาธิการ โดยรวมไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 3) แนวทางส่งเสริมภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ควรส่งเสริมดังนี้ ด้านธัมมัญญุตา ควรหาหลักนโยบายเพื่อทำความเข้าใจกับคณะสงฆ์ทุกฝ่าย ด้านอัตถัญญุตา ควรจัดมีประชุมคณะสงฆ์ การสัมมนาหรืออบรมเพื่อสร้างแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการบริหารงานคณะสงฆ์ให้ดีขึ้น ด้านอัตตัญญุตาพระสังฆาธิการ ควรวางตนให้เป็นที่ยอมรับ ของพระภิกษุสามเณร ด้านมัตตัญญุตา  พระสังฆาธิการควรตระหนัก และปฏิบัติตามพระวินัย ด้านกาลัญญุตา พระสังฆาธิการควรให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำงาน ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของคณะสงฆ์ด้านปริสัญญุตา พระสังฆาธิการควรมีการออกเผยแผ่ธรรมะ พบปะประชาชนจัดการปฏิบัติธรรม หรือสร้างกิจกรรมให้มีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้เกิดความสามัคคี และด้านปุคคลปโรปรัญญุตา ควรมีการแต่งตั้งบุคลากรในตำแหน่งพระสังฆาธิการและเลขานุการให้เหมาะสมกับภาระงานของคณะสงฆ์ และ 4) สร้างองค์ความรู้ใหม่และรูปแบบภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรมของพระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย การวางแผน การบริหารจัดการ การอำนวยการ และการกำกับดูแล

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา เรืองมนตรี และธรินธร นามวรรณ. (2554). การบริหารวิชาการและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้. มหาสารคาม: อภิชาติการพิมพ์.

จันทรานี สงวนนาม. (2545). ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: บุ๊คพอยท์.

ปรีชา ช้างขวัญยืน และคณะ. (2542). เทคนิคการเรียนและผลิตตำรา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สัมมา ธรนิตย์. (2556). หลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ข้าวฟ่าง.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือการบริหารจัดการระบบคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ.

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2554). การศึกษานำร่องการใช้รูปแบบการบริหารจัดการการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.

อุทัย หิรัญโต. (2531). หลักการบริหารงานบุคคล. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

12/31/2018

รูปแบบการอ้างอิง

อกิญฺจโน พ., (อนุกูล ปานประดิษฐ์) พ., & อโณทัย ส. (2018). ความคิดเห็นของพระสังฆาธิการที่มีต่อภาวะผู้นำตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของพระราชวรเวที (ชิต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดสงขลา. วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 3(2), 31–43. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/160273

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย