ศึกษาการรักษาอุโบสถศีลของสตรีที่ปรากฏในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท
คำสำคัญ:
การรักษาอุโบสถศีล, สตรี, คัมภีร์อรรถกถาธรรมบทบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพการณ์การรักษาอุโบสถศีลของสตรีในปัจจุบัน 2) เพื่อศึกษาการรักษาอุโบสถศีลของสตรีที่ปรากฏในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท และ 3) เพื่อศึกษารูปแบบและองค์ความรู้ใหม่ในการรักษาอุโบสถศีลของสตรีที่ปรากฏในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท การวิจัยเชิงคุณภาพ จากการวิเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ กลุ่มสตรี ที่มาการรักษาอุโบสถศีล จำนวน 10 คน คัดเลือกแบบเจาะจง โดยใช้กระบวนการศึกษาเชิงวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การบูรณาการและสร้างองค์ความรู้ใหม่
ผลการวิจัยพบว่า
- สตรีส่วนใหญ่ในปัจจุบันไปสมาทานขอศีลกับพระที่วัด เพราะที่วัดสะดวกกว่าการ รักษาอุโบสถปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ทางวัดกําหนดไว้ โดยสมาทานอุโบสถศีล รับ ศีล 8 มารักษา กิจกรรมที่ใช้ในการปฏิบัติธรรม คือ นั่งสมาธิ เดินจงกรม ฟังเทศน์ฟังธรรม และ สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น
- การรักษาอุโบสถศีลยังสามารถแบ่งตามระยะเวลาที่เข้าเป็น 3 ประเภท คือ 1) ปกติอุโบสถ 2) ปฏิชาครอุโบสถ และ 3) ปาฏิหาริยปักษ์อุโบสถ
- รูปแบบและองค์ความรู้ใหม่ในการรักษาอุโบสถศีลของสตรีที่ปรากฏในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท ได้แก่ การรักษาอุโบสถศีลที่มุ่งเน้นการปฏิบัติทางกาย จิต ปัญญา และใช้หลักธรรมเป็นตัวเชื่อมในการยึดถือโดยใช้คุณธรรม (เน้นจิตใจ) จริยธรรม (เน้นความรู้) และศีลธรรม (เน้นปฏิบัติ) นำมาปฏิบัติเพื่อพัฒนารู้เท่าทันกิเลสและยกระดับจิตใจรู้จักการละอายต่อบาป
เอกสารอ้างอิง
ประเสริฐ ทองเกตุ. (2549). เหตุผลของการตัดสินใจบวชชีและความต้องการการศึกษาของแม่ชีไทย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ปาริชาต นนทกานนท์. (2549). แนวความคิคเกี่ยวกับสตรีในพุทธปรัชญา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
พระอุบล กตปุญฺโญ (แก้ววงศ์ล้อม). (2537). การศึกษาวิเคราะห์คุณค่าของศีลที่มีต่อสังคมไทย. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.





