นวัตกรรมหน้ากากอนามัยผสมสารสกัดสมุนไพรจากขิง (ZINGIBER OFFICINALE) : ประสิทธิภาพสารสกัดและความพึงพอใจนวัตกรรมของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพร
คำสำคัญ:
ความพึงพอใจ, นวัตกรรมหน้ากากอนามัย, วิสาหกิจชุมชนสมุนไพร, สารสกัดสมุนไพรขิง (Zingiber officinale)บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองและการวิจัยเชิงพรรณนา โดยการวิจัยเชิงทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดสมุนไพรขิงในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Inhibition zone) และการวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ บ้านท่าทางเกวียน ตำบลท่ามะไฟหวาน อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ต่อการใช้นวัตกรรมหน้ากากอนามัยด้วยการผสมสารสกัดสมุนไพรขิง
ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของสารสกัดสมุนไพรขิงในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (Inhibition zone) 2 ชนิดคือ Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus โดยใช้ส่วนเหง้าของสมุนไพรขิง (Zingiber officinale) โดยทดสอบที่ความเข้มข้นสารสกัดเท่ากับ 100, 200 และ 300 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ผลการทดสอบพบว่าความสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ความเข้มข้น 300 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ดีที่สุด จากนั้นนำมาพัฒนานวัตกรรมหน้ากากอนามัยผสมสารสกัดสมุนไพรจากขิง และการศึกษาความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมหน้ากากอนามัยด้วยการผสมสารสกัดสมุนไพรจากขิงของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ บ้านท่าทางเกวียน ตำบลท่ามะไฟหวาน อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ จำนวนทั้งสิ้น 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก (4.14 ±0.69) โดยด้านคุณสมบัตินวัตกรรมมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( 4.24 ±0.63) รองลงมา ได้แก่ ด้านการยอมรับนวัตกรรม (4.13 ±0.66) ด้านสิ่งดึงดูดใจของนวัตกรรม (4.12 ±0.72) และด้านการรับรู้ถึงประโยชน์นวัตกรรม (4.05 ±0.76) ตามลำดับ ซึ่งความยั่งยืนของการนำไปใช้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจที่แสดงถึงทัศนคติหรือการรับรู้คุณภาพที่ดีจากผู้ใช้ ดังนั้นการประเมินความพึงพอใจจึงนำมาซึ่งโอกาสพัฒนาต่อยอดหน้ากากอนามัยและการใช้ประโยชน์สมุนไพรขิงต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กมล อยู่สุข และ ธนาวรรณ สุขเกษม. (2567). การศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อ Bacillus cereus ในสารสกัดจากขิง. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 10(1), 216-222.
ฐิตินาถ สุคนเขตร์, นัฐชริตา นาวีว่อง สุจินทรา เอกวัตร์ และสรัญญา เศวตอัญมนี. (2562). การผลิตหน้ากากอนามัยที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจโดยการเติมสารสกัดสะระแหน่และใบมันสำปะหลัง. วารสารนวัตกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน, 1(1), 44-54.
นงลักษณ์ สุวรรณพินิจและปรีชา สุวรรณพินิจ. (2557). จุลชีววิทยาทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.
บุษบา ภูศรี. (2561). คุณสมบัติต้านจุลชีพของไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์ Piperaceae และพืชวงศ์ Zingiberaceae ต่อการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคที่มีอาหารเป็นพาหะ. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ปฏิพร บุณยพัฒน์กุล อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ สุจารีย์ ภู่พิพัฒน์ภาพ อนุแสง จิตสมเกษม และคณะ. (2564). ความพึงพอใจของบุคลากรในการใช้หน้ากากอนามัย VJR-NMU-N99 ป้องกันไวรัสโคโรนา 2019. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง, 65(5), 388-398.
ประมุข ศรีชัยวงษ์. (2557). การฟื้นฟูและอนุรักษ์ความหลากหลายทางธรรมชาติทางด้านอาหารโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนจังหวัดชัยภูมิ. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ.
พิชญ์ ศุภผล และคณะ. (2554). การผลิตแผ่นหน้ากากอนามัยและแผ่นกรองอากาศที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อวัณโรค. ใน รายงานการวิจัย. วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วารีรัตน์ หนูหีต. (2557). การยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคที่ปนเปื้อนผิวสัมผัสโดยใช้สารสกัดจากพืชตระกูลขิง. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
สมโภชน์ อเนกสุข. (2558). การวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 8. ชลบุรี: ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาประยุกต์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2567). การค้นพบพืชวงศ์ขิง 8 ชนิดใหม่ของโลก กับการต่อยอดสู่ ‘โมเดลเศรษฐกิจบีซีจี’. เรียกใช้เมื่อ 10 กันยายน 2567 จาก https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg/. 2567.
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). (2556). บัญชีรายการทรัพย์สินชีวภาพพืชวงศ์ขิง. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน).
สุรพล แสนสุข, ปิยะพร แสนสุข , สุดารัตน์ ถนนแก้ว. (2558). ความหลากชนิดและการใช้ประโยชน์ของพืชวงศ์ขิงในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
รัตนา อินทรานุปกรณ์. (2547). การตรวจสอบและการสกัดแยกสารสำคัญจากพืชสมุนไพร. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
องค์การสวนพฤกษศาสตร์. (2567). พรรณพืชวงศ์ขิงข่า. `เรียกใช้เมื่อ 1 กันยายน2567 จาก http://www.qsbg.org/webbgo/database/webnews/NewsDetail.asp?News_ID=1966. 2567.
อรณิชชา รัตนสุนทร และอัศวิน ปสุธรรม. (2564). การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและความพึงพอใจของผู้รับบริการศูนย์ไตเทียม บริษัท เนฟรอน-ตราด โดยใช้แนวคิดลีน. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 15(3), 84-94.
อารยา องค์เอี่ยม และพงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. (2561). การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย. วิสัญญูสาร, 44(1), 36-42.
อาภากร สุภาพิพัฒน์ และจิตศิริ ราชตนะพันธุ์. (2550). ประสิทธิภาพของน้ำมัยหอมระเหยจากสมุนไพรไทยตระกูลเหง้าในการยับยั้ง Listeria monocytogenes ในเนื้อไก่สดบรรจุสภาวะสุญญากาศแช่เย็น. การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาส่งเสริมการเกษตรและคหกรรมศาสตร์ สาขาอุตสาหกรรมเกษตร. กรุงเทพฯ. 516-522.
Ababutain, C. M. (2011). Antimicrobial activity of ethanolic extracts from some medicinal plant australian. Journal of Basic and Applied Sciences, 5(11), 678-683.
Malu, S. P., Obochi, G. O., Tawo, E. N., and Nyong, B. E. (2008). Antibacterial activity and medicinal properties of Ginger (Zingiber officinale). Global journal of pure applied sciences, 15(3&4)2009, 365-368.
Nguefack, J., Leth, V., Amvam, P.H. and Mathur, S.B. (2004). Evaluation of five essential oil from aromatic plant of Cameroon for controlling food spoilage and mycotoxin producing fung. International Journal of Food Microbiology. 94. 329-334.
Patricia, F.L., Mera, E.M., Daisy, N.S., Joao, E.C., Maricia, O.M. and Angela, A.M. (2003). Functional properties of spice extracts obtained via supercritical fluid extraction. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 51, 2520-2525.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Journal of Educational Research, 2, 49-60.
WHO. (2022). Air Quality and Health: Health Impact. WHO: Geneva, Switzerland.