ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับประสิทธิผลของสถานศึกษาในเครือข่ายโรงเรียนกระบี่เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
คำสำคัญ:
การบริหารแบบมีส่วนร่วม, ประสิทธิผลของสถานศึกษา, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา ระดับประสิทธิผลของสถานศึกษา และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมกับประสิทธิผลของสถานศึกษาในเครือข่ายโรงเรียนกระบี่เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยข้าราชการครูจำนวน 100 คน ซึ่งกำหนดจากตารางของ Krejcie และ Morgan โดยใช้เครื่องมือเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .94 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก โดยผู้บริหารมีแนวทางการทำงานที่เปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ วางแผน และตรวจสอบการดำเนินงาน ซึ่งสะท้อนลักษณะการบริหารเชิงประชาธิปไตยที่เน้นความไว้วางใจ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งนี้ ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจพบว่าอยู่ในระดับมาก (= 3.66, S.D. = 0.40) ขณะที่ค่าเฉลี่ยภาพรวมของการบริหารแบบมีส่วนร่วมอยู่ที่ (= 3.64, S.D. = 0.23) แสดงถึงการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายมิติของงานบริหารโรงเรียน นอกจากนี้ ประสิทธิผลของสถานศึกษาพบว่าอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน ครอบคลุมด้านคุณภาพผู้เรียน คุณภาพครู การจัดการเรียนการสอน ทรัพยากรทางการศึกษา และความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน ซึ่งเป็นปัจจัยสะท้อนศักยภาพการดำเนินงานของโรงเรียนทั้งในเชิงวิชาการและการบริหารจัดการ
ผลการทดสอบความสัมพันธ์พบว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลางกับประสิทธิผลของสถานศึกษา (r = 0.513, Sig. = .000) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .01 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนที่มีการบริหารเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมจะมีแนวโน้มประสิทธิผลสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผลดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดของ Likert (1967) และ Hoy และ Miskel (2012) ที่ชี้ว่าการมีส่วนร่วมของบุคลากรในกระบวนการบริหารช่วยสร้างความไว้วางใจ ความร่วมมือ และความผูกพันต่อองค์กร ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นเอกภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับผลการศึกษาร่วมสมัยที่ระบุว่าการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง และชุมชนเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและความเข้มแข็งของสถานศึกษาในระยะยาว
ผลการวิจัยจึงสะท้อนว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพสถานศึกษาในทุกด้าน โดยเฉพาะในบริบทของเครือข่ายโรงเรียนกระบี่เมืองเก่าที่มีความหลากหลายด้านทรัพยากรและสภาพแวดล้อม การเปิดโอกาสให้ครูและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีบทบาทในการวางแผน ดำเนินงาน และประเมินผล ไม่เพียงทำให้โรงเรียนมีความโปร่งใสและเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและชุมชนได้อย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
จิตรา แก้วมะ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารกับประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ดารารัตน์ บุญธรรม. (2564). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารกับการมีส่วนร่วมของครูใน โรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่.วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
บุษกร เพ็งสวัสดิ์. (2565). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อประสิทธิผลงานวิชาการของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
ขวัญเพชร พลวงค์. (2564). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต.
พรเทพ ชัยปัญหา. (2563). การบริหารแบบมีส่วนร่วมกับประสิทธิผลของสถานศึกษา.วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต.
วรรณา เรืองวิทยา. (2563). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา.วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต.
สุวรรณา คงทอง. (2565). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน.วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต.
รัตนาภรณ์ สมบูรณ์. (2561). การบริหารแบบมีส่วนร่วมกับประสิทธิผลของสถานศึกษา.วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต.
รจนา ภักดี. (2562). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา.วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่. (2566). รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ประจำปี 2566. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่. (2567). สรุปผลการจัดการศึกษา ปีงบประมาณ 2567. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่. (2567). วิสัยทัศน์ พันธกิจ และทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2567. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่.
Bush, T. (2003). Theories of educational leadership and management (3rd ed.). SAGE Publications.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. (1980). Participation’s place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Development, 8(3), 213–235.
Ebunu, O. F. (2020). Participatory administration for enhancing students’ academic performance in public secondary schools in Rivers State. International Journal of Education and Research, 8(6), 123–137.
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2005). Educational administration: Theory, research, and practice (7th ed.). McGraw-Hill.
Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2012). Educational administration: Theory, research, and practice (9th ed.). McGraw-Hill.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Moreno, R., & Sanchez, J. (2015). Participative management and organizational effectiveness in educational institutions. Educational Management Administration & Leadership, 43(1), 1–17.
Moolenaar, N. M., Daly, A. J., & Sleegers, P. J. C. (2023). Social networks, trust, and educational leadership. Educational Administration Quarterly, 59(1), 3–35.
Robbins, S. P., & Coulter, M. (2018). Management (13th ed.). Pearso