Focus and Scope

วารสารอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน จัดทำโดย กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร  รับบทความจากผู้เขียนทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย บทความที่เสนอขอรับการพิจารณาอาจเขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่บทคัดย่อต้องมีสองภาษา จัดพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ (มกราคม-มิถุนายน และ กรกฎาคม-ธันวาคม)

นโยบายการจัดพิมพ์ของวารสารอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน  เพื่อเปิดโอกาสให้ คณาจารย์และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาได้นำเสนอผลงานด้วยการตีพิมพ์ เผยแพร่งานวิจัย วิทยานิพนธ์และบทความทางวิชาการที่มีคุณภาพ และเพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรมในสหสาขาวิชา ได้แก่ ด้านชาติพันธุ์ ด้านประวัติศาสตร์-โบราณคดี  ด้านปรัชญา-ศาสนา ด้านภาษา-วรรณกรรม ด้านศิลปกรรม-สถาปัตยกรรม ด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ด้านสารสนเทศ-การสื่อสาร และด้านศิลปศึกษา วารสารฯ รับตีพิมพ์บทความวิจัย (Research Article) และบทความวิชาการ (Academic Article)

วารสารฯ จะจัดส่งเล่มให้แก่ห้องสมุดในสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของวารสารฯ https://www.nuac.ac.th

Peer Review Process

บทความทุกบทความต้องผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer review) ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ท่าน

เกณฑ์การพิจารณาบทความ

1. กำหนดให้มีกรรมการประเมินคุณภาพบทความ (Peer review) บทความละ 2 ท่าน  โดยบทความภายในมหาวิทยาลัย จะจัดส่งกรรมการภายนอกเป็นผู้ประเมิน โดยดำเนินการประเมินคุณภาพบทความ ประมาณ 30 วัน เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วทางกองบรรณาธิการจะแจ้งผลการประเมินเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 7 วัน

2.  หากต้องมีการแก้ไขปรับปรุง (ถ้ามี) เอกสารตามที่กรรมการพิจารณาคุณภาพบทความให้ข้อเสนอแนะ ให้ผู้เขียนบทความต้องดำเนินการแก้ไขและส่งกลับมายังกองบรรณาธิการภายใน 15 วัน จึงจะได้รับการพิจารณาลงในวารสารหากผู้ส่งบทความไม่ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของกรรมการ ทางกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ให้กับบุคคลที่แก้ไขแล้วเท่านั้น

3. กองบรรณาธิการจัดส่งบทความที่แก้ไขปรับปรุงให้ผู้ประเมินคุณภาพบทความตรวจสอบอีกครั้ง (ถ้ามี) โดยใช้เวลาไม่เกิน 20 วัน

4. กองบรรณาธิการแจ้งผลการได้รับพิจารณา/ไม่ได้รับพิจารณาบทความให้ตีพิมพ์ในวารสาร ให้แก่เจ้าของบทความทราบเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีได้รับพิจารณาให้ตีพิมพ์กองบรรณาธิการจะออกหนังสือรับรองให้แก่เจ้าของบทความ ตามที่อยู่ที่ผู้ส่งบทความแจ้งให้แก่กองบรรณาธิการ

5. เมื่อดำเนินการครบทุกบทความตามจำนวนที่กำหนด (ไม่เกิน 10 บทความ ต่อ 1 ฉบับ) กองบรรณาธิการจะดำเนินการตีพิมพ์เล่มวารสารเพื่อเผยแพร่และนำเผยแพร่เป็นวารสารวิชาการฉบับออนไลน์บนเวปไซด์ของสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร

6. บทความที่เสนอต้องไม่เคยได้รับการจัดพิมพ์เผยแพร่ในที่อื่นมาก่อนและหากบทความที่เสนอได้รับการตอบรับให้จัดพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร ผู้เสนอบทความต้องรับรองว่าจะไม่นำบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ที่อื่นอีก (เว้นแต่จะได้รับความยินยอมที่เป็นหนังสือจากสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร) และหากเกิดความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น ผู้เสนอบทความยินดีรับผิดชอบความเสียหายนั้น

7. กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จะไม่รับบทความหากผู้เสนอบทความไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

8. ค่าตีพิมพ์ต่อ 1 บทความ (สำหรับเป็นค่าตอบแทนกรรมการประเมินคุณภาพบทความ บทความละ 2,000 บาท และค่าโอนอีก 60 บาท รวมเป็น 2,060 บาท) สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน ปัจจุบันคือ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าตีพิมพ์ให้ในทุกกรณี รวมทั้งกรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ประเมินบทความ และให้ความเห็นว่าไม่สมควรเผยแพร่ในวารสารอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน

อนึ่ง การส่งบทความสามารถดำเนินการส่งได้ตลอดปี กองบรรณาธิการจะดำเนินการพิจารณาตีพิมพ์ลงในวารสารฉบับตามที่กำหนดในวาระ และเมื่อดำเนินการครบตามกระบวนการประเมินคุณภาพบทความและได้รับคัดเลือกให้ตีพิมพ์ ทางกองบรรณาธิการจะทำเอกสารตอบรับการตีพิมพ์ให้แก่ผู้ส่งบทความ ตามลำดับ และจะจัดส่งให้แก่ผู้ส่งบทความ คนละ 3 เล่ม

Publication Frequency

จัดพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ (มกราคม-มิถุนายน และ กรกฎาคม-ธันวาคม)

Open Access Policy

This journal provides immediate open access to its content on the principle that making research freely available to the public supports a greater global exchange of knowledge.

Journal History

logo_191

 

ความเป็นมา
     ตามประกาศมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง จัดตั้งและปรับปรุงโครงสร้างของส่วนราชการและหน่วยงานภายในสำนักงานอธิการบดี (เพิ่มเติม) โดยประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ให้เปลี่ยนสถานภาพ และชื่อคำเรียกหน่วยงาน จากสถาบันอารยธรรมศึกษาโขง – สาละวิน เป็นสถานอารยธรรมศึกษาโขง–สาละวิน และให้ย้ายไปสังกัดสำนักงานอธิการบดี โดยมีฐานะเทียบเท่ากองและให้แบ่งหน่วยงานภายในเป็น ๔ งาน ประกอบด้วย ๑. งานธุรการ ๒.งานวิจัยและสารสนเทศ ๓. งานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ๔. งานพิพิธภัณฑ์

    เมื่อคราวประชุมครั้งที่ ๒๐๗ (๕/๒๕๕๘) เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ให้ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารตามนโยบายของท่านอธิการบดี โดยผ่านสภามหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารงานมีความชัดเจนและคล่องตัวในการขับเคลื่อนงาน ในทุกบริบท

    จึงได้มีประกาศสภามหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร (สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน) บังคับใช้ประกาศตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ให้แบ่งส่วนงานภายใน ดังนี้ ๑.งานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ๒.งานวิจัยและสารสนเทศ โดยทำหน้าที่ศึกษาสืบค้น รวบรวม วิจัย พัฒนา รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกความมีตัวตนและอัตลักษณ์ให้กับคนในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในกลุ่มชุมชนชาติพันธุ์พื้นที่ลุ่มน้ำโขง-สาละวิน ๖ ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตลอดจนเผยแพร่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างเสริมเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ประสานสัมพันธ์กับหน่วยงานของภาครัฐบาล และเอกชน ทั้งภายในประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ อย่างสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกที่เชื่อมโยงนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

     ต่อมาสภามหาวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ ๒๓๗(๑๒/๒๕๖๐) เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๐ ระเบียบวาระที่ ๖.๗ เรื่องการปรับโครงสร้างหน่วยงานภายใต้สำนักงานอธิการบดี เห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อจาก สถานอารยธรรมศึกษาโขงสาละวิน เป็น กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป โดยแยกเป็น ๒ งาน ๑ หน่วยได้แก่ ๑.งานบ่มเพาะและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ๒.งานวิจัยสร้างสรรค์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม  ๓.หน่วยสนับสนุน

วิสัยทัศน์
“ องค์กรแห่งความรู้และสร้างคุณค่าให้ศิลปวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์และสร้างคุณค่าเชิงสร้างสรรค์”

พันธกิจ
1. เป็นหน่วยงานหลักด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน ประเพณี ภูมิปัญญาและ ศิลปวัฒนธรรม
2. ศึกษา วิจัยและจัดการความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อการพัฒนาเป็นนวัตกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมพร้อมเผยแพร่และเพิ่มมูลค่า
3. บริหารและการจัดการความรู้ด้านทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบการสร้างเครือข่าย เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ของภาคส่วนต่างๆ ในกระบวนการผลิตบัณฑิต ผลงานวิจัย และการบริการวิชาการ

วัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
1. เพื่อเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินภารกิจและประสานความร่วมมือด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
2. เพื่อเป็นองค์กรด้านการวิจัยและศูนย์กลางองค์ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรม
3. เพื่อเป็นองค์กรที่เสริมสร้างจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้เกิดความเข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมและสุนทรียภาพ

ชื่อของบรรณาธิการที่ผ่านมา 2 ท่าน ดังนี้      
1) รศ.ดร.จิรวัฒน์  พิระสันต์ ตั้งแต่ ปีที่ 1 พ.ศ.2553  ถึง  ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 (มค.-มิย.) 2556                                             
2) ผศ.ดร.วศิน  ปัญญาวุธตระกูล ตั้งแต่ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 (กค.-ธค) 2556  ถึง  ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (ก.ค. - ธ.ค. )2561
3) รศ.ดร.จิรวัฒน์  พิระสันต์ ตั้งแต่ ตั้งแต่ปี่ที่ 10 ฉบับที่ 1 (ม.ค. - มิ.ย.) 2562 เป็นต้นไป