Japanese Acculturation in Thailand during the King Rama V Chulanlongkorn, 1887-1910

Main Article Content

Pheeraphat Hoaherm

Abstract

This paper provides data and fundamental knowledge the modernization of Thailand during the reign of King Rama V Chulalongkorn has become a debate on whether it was a Western acculturation, even if the foreign policy of Thailand since the reign of King Rama V Chulalongkorn emphasized on learning the nation-state culture from the experiences of foreign countries, especially from Japanese culture. Questions have been raised: did Thailand during the reign of King Rama V Chulalongkorn adapt Japanese culture? Which sectors? The problematic of this study is: although the modernization of Thailand during the reign of King Rama V Chulalongkorn was on the basis of Western culture, Japan during the second half of the 19th century also contributed to Thai modernization as well. In which way did the Japanese acculturation in Thailand contribute to the modernization of Thailand? And what is the proportion? This article aims to study the Japanese acculturation in Thailand during the reign of King Rama V Chulalongkorn, 1887-1910. The results of study are the followings:firstly, King Rama V Chulalongkorn implemented the policy of internal administration reforms in 1892 by applying both Western and Japanese political culture. Secondly, Japan played a significant role in Thailand’s economy, including military and education respectively.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
บทความวิจัยและบทความวิชาการ

References

กรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ.(2512). สนธิสัญญาและความตกลงทวิภาคระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ.หนังสือชุดประมวลสนธิสัญญาเล่มที่ 3 พ.ศ.2413-2463. พระนคร: สํานักพิมพ์พระจันทร์.

กรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ, (2512). สนธิสัญญาและความตกลงทวิภาคระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ.หนังสือชุดประมวลสนธิสัญญาเล่มที่ 2 พ.ศ.2413-2463. พระนคร: สํานักพิมพ์พระจันทร์.

กระทรวงเกษตรจ้าง มร.โตยามะชาวญี่ปุ่นตรวจการทําไหม. เอกสารกระทรวงเกษตร (กส.13/31). หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. กรุงเทพฯ.

จารุพิษณุ์ เรืองสุวรรณ. (2535). นโยบายของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการผลิตไหมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างพ.ศ.2444-2503”. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จ. (2510). พระราชดํารัสตอบความเห็นของผู้จะให้เปลี่ยนแปลงการปกครองจ.ศ.1247.เจ้านายและข้าราชการกราบบังคมทูลความเห็นจัดการเปลี่ยนแปลงราชการแผ่นดินร.ศ.103 และพระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแกไขการปกครองแผ่นดิน. กรุงเทพฯ: อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพหม่อมสนิทกฤดากรณเมรุวัดธาตุทองพระโขนงวันที่ 6 มีนาคมพ.ศ.2510.

เจ้านายและข้าราชการกราบบังคมทูลความเห็นจัดการเปลี่ยนแปลงราชการแผ่นดินร.ศ.103 และพระราชดํารัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน. (2516). กรุงเทพฯ: นิยมกิจ.

ฉลอง สุนทราวาณิชย์. (2516). ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรุสเซียและประเทศไทยตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19, ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20.วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

ซะโตะโกะ ทซึจิยะ. (2540).ภาพลักษณ์ของยามาดานางามาซาในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในคริสต์ศตวรรษที่ 20.วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

ณัฐชว์นันท์ จันทคนธ์. (2519).ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่พ.ศ.2430 ถึงพ.ศ.2483.วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.

ดวงจันทร์ เจริญเมือง, ธเนศ เจริญเมือง, ไพสิฐ พานิชกุล. (2542). การผังเมืองของเกียวโตและนารา: บทเรียนสําหรับเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.

ธีระ นุชเปี่ยม. (2559). ตัวตนใหม่ของสยามในโลกา: การต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 7.กรุงเทพฯ: มูลนิธิประชาธิปก-รําไพพรรณี.

นฤพล ด้วงวิเศษ. (2560). Acculturation. Retrieved from http://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/glossary/1

แน่งน้อย ติตติรานนท์. (2519). เสนาบดีกระทรวงธรรมการในระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์.วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

โนบูยะ โนกูชิ. (2543). การศึกษาเปรียบเทียบทางสังคมของชนชั้นล่างสุดในสังคมสยามสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ.2411-2453) กับของญี่ปุ่นสมัยเมจิ (พ.ศ.2411-2455).วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,กรุงเทพฯ.

]พรพรรณ ทองตัน. (2558). ประวัติและผลงานของนายโทคิชิมาซาโอะ: ที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงยุติธรรมของสยาม. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

เพ็ชรีสุมิตร. (2516). ประวัติอารยธรรมญี่ปุ่น.กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เพ็ญศรี ดุ๊ก. (2554). การต่างประเทศกับเอกราชและอธิปไตยของไทย (ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ถึงสิ้นสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม).พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.

มาซามิ ชิคุโรซาวา. (2559). สถานภาพงานวิจัยประวัติศาสตร์ไทยในประเทศญี่ปุ่นระหว่างพ.ศ.2507-2557.วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.

โยชิกาว่า โทชิฮารุ. (2525).ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตไหมของญี่ปุ่นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.วารสารประวัติศาสตร์ ปีที่ 7, ฉบับที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค.).

ละเวง ปราบราย. (2546). ญี่ปุ่น: การทําให้บรรลุเป้าหมาย “ประเทศมั่งคั่งและการทหารเข้มแข็ง” ในสมัยเมจิ (ค.ศ.1868-1912).สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ.

ศุกลรัตน์ ธาราศักดิ์. (2531). สัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น.กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.

สัญญาระหว่างอังกฤษกับญี่ปุ่นหนังสือกรมพระยาดํารงราชานุภาพกราบบังคมทูลความเห็นต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ 13 กุมภาพันธ์ ร.ศ.120. เอกสารกระทรวงต่างประเทศ. (ร.5 ต. 6/9). หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. กรุงเทพฯ.

สุรางค์ ศรีตันเสียงสม. (2523). ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์. เอกสารวิชาการไทย-ญี่ปุ่นศึกษา, 2 : 1 (มีนาคม-เมษายน).

สุรางค์ ศรีตันเสียงสม. (2520). ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่รัชสมัยพระสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว.วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

สุรางค์ ศรีตันเสียงสม. (2528). 380 ปีสัมพันธไมตรีญี่ปุ่น-ไทย.กรุงเทพฯ: มังกรการพิมพ์และการโฆษณา.

อิชิอิ โยเนโอะ, โยชิกาวะ โทชิฮารุ. (2560). ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 600 ปี.พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตําราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.

Ginzo Uchida. (1921). Tokugawa Jidai Ni Okeru Nihon To ShamuTonoKankei Ni Tsukite (เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับไทยในสมัยโทะกุงะวะ).In Uchida, Ginzo Ikozenshu Dai 3 Shu. pp. 457-487.

Hisao Furukawa. (1995). Meiji Japan’s Encounter with Modernization.Southeast Asian Studies, Vol. 33, No. 3, December. pp. 215 - 236.

Horie Hideichi. (1952). Revolution and Reform in Meiji Restoration.Kyoto University Economic Review 22(1): 23-34.

John W. Berry. (1997). Immigration, Acculturation, and Adaptation.Applied Psychology: An International Reviews, 46 (1): 5-68.

Kasem Udyanin. (1965). Development of Thai Administration.東南アジア研究. 3(3): 108-116.

Kiyotaka Yokomichi. (2007). The Development of Municipal Merger in Japan. Tokyo: The National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS).

Likhit Dhiravegin. (1988). Comparative Modernization Between Meiji’s Japan and Chulalongkorn’s Siam and Contemporary Republic of Korea and Thailand.Japanese Studies Journal. Vol 5, No 2, pp. 47-57.

Likhit Dhiravegin. (1984). The Meiji Restoration 1868-1912, and the Chakkri Reformation 1868-1910: A Comparative Perspective.Bangkok: Research Center of the Faculty of Political Science, Thammasat University.

Pensri Duke. (1985). The Political and Economic: Role of Japan in Thailand in the Reign of King Chulalongkorn (1868-1910).Japanese Studies Journal. Vol 2, No 5, pp. 119-140.

Piyada Chonlawon. (2014). Contesting Law and Order: Legal and Judicial Reform in Southern Thailand in the Late Nineteenth to Early Twentieth Century.Southeast Asian Studies, Vol. 3, December, pp. 527-546.

Prasert Chittiwatanapong. (1989). Political Development in Modern Japan: Perspectives from Thailand. Japanese Studies Journal. Vol 6, No 1, pp. 99-109.

Sukunya Nitungkorn. Education and Economic Development during the Modernization Period: A Comparison between Thailand and Japan.Southeast Asian Studies, Vol. 38, No. 2, September 2000. pp. 142-164

Thomas Larsson. (2008). Western Imperialism and Defensive Underdevelopment of Property Right Institutions in Siam.Journal of East Asian Studies 8, pp. 1-28.