การวิเคราะห์อัตถภาคและการเชื่อมโยงความในบทนำของบทความวิจัยสาขาภาษาไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตถภาคและการเชื่อมโยงความในบทนำของบทความวิจัยสาขาภาษาไทย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ข้อมูลที่นำมาใช้วิเคราะห์คือบทนำของบทความวิจัยสาขาภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในวารสาร TCI กลุ่ม 1 ระหว่างปี พ.ศ. 2564-2566 จำนวน 60 เรื่องที่ได้จากการสุ่มเลือกแบบง่าย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การนับความถี่และการหาค่าร้อยละ
ผลการวิจัยพบว่า บทนำของบทความวิจัยมี 3 อัตถภาค ได้แก่ 1) อัตถภาคการนำเข้าสู่ประเด็นที่จะศึกษา ขั้นตอนนี้ประกอบด้วย อนุวัจน์การกล่าวถึงสถานการณ์ทั่วไปของประเด็นที่จะศึกษาการกล่าวถึงแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะศึกษา การตั้งข้อสังเกต/ตัวอย่างของประเด็นปัญหาที่พบ การกล่าวถึงความสำคัญ/ความน่าสนใจของประเด็นที่จะศึกษา การกล่าวถึงความสำคัญของแหล่งข้อมูล/พื้นที่ที่จะศึกษา และการกล่าวถึงงานวิจัยที่มีมาก่อน 2) อัตถภาคการแสดงให้เห็นความจำเป็นของการศึกษา ขั้นตอนนี้ประกอบด้วยอนุวัจน์การระบุช่องว่างของการศึกษา และการระบุเหตุผลของการศึกษา และ 3) อัตถภาคการแนะนำงานวิจัยที่จะดำเนินการ ขั้นตอนนี้ประกอบด้วย การแจ้งหัวข้องานวิจัย การแจ้งวัตถุประสงค์/สมมติฐาน/คำถามของงานวิจัย การแจ้งแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย การแจ้งขอบเขตข้อมูลที่จะศึกษา การแจ้งคุณค่าของงานวิจัย และการแจ้งโครงสร้างของการนำเสนอบทความวิจัย โดยแต่ละอนุวัจน์มีการเชื่อมโยงเนื้อความเข้าไว้ด้วยกันด้วยกลวิธีการเชื่อมโยงความ 3 กลวิธี ได้แก่ การใช้คำเชื่อม รองลงมาคือ การอ้างถึง และการใช้คำศัพท์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าการเชื่อมโยงความที่ปรากฏในแต่ละอนุวัจน์นั้นสามารถแสดงให้เห็นรูปแบบการเชื่อมโยงความของบทนำตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมังรายสาร ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมังรายสาร ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมังรายสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสารมังรายสารก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ชุติมา สัจจานันท์. (2566). การเขียนเพื่อการเผยแพร่งานวิจัย. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ณัฐรกานต์ คำใจวุฒิ (2560). โครงสร้างบทเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว: การวิเคราะห์ประเภทผลงาน. วารสารภาษาและภาษาศาสตร์, 36(1), 1-36.
บุษบา กนกศิลปธรรม. (2549). การวิเคราะห์คลังข้อมูล: โครงสร้างบทความวิจัยจุลชีววิทยา. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
สัญญา เคณาภูมิ. (2564). แนวทางและเทคนิคการเขียนผลงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2552). บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม 3: ชนิดของคำ วลี ประโยค และสัมพันธสาร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์องค์การค้าของ สกสค.
สุรีย์รัตน์ บำรุงสุข และสิริวรรณ นันทจันทูล. (2566). บทคัดย่อบทความวิจัย: เนื้อหาและการเชื่อมโยงความ. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(1), 134–152.
อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ และสุธาสินี ปิยพสุนทรา. (2558). การวิเคราะห์วัจนลีลาภาษาวิชาการไทย. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
อรอุมา เจ๊ะสา. (2561). ศึกษาลักษณะการใช้ภาษาเขียนเชื่อมโยงความในสารนิพนธ์สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2560. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยทักษิณ. สงขลา.
Dujsik, D & Zhu, W. (2016). Rhetorical Structure of Marketing Research Articles for Academic Writing. Rungsit Journal of Education Studies, 3(1), 1-22.
Halliday, M.A.K., & Hasan, R. (1976). Cohesion in English. English Language Series, London: Longman.
Swales, J. (2006). Genre Analysis: English in Academic and Research Settings (12th ed.). Cambridge, UK: Cambridge University Press.
Tampanich, S. (2022). An Analysis of Rhetorical Moves and Cohesion in Abstracts of Literature Journal Articles. Language and Linguistics, 40(2), 115–146.