การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้การเรียนแบบโครงงาน เรื่อง งานประติมากรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้การเรียนแบบโครงงาน เรื่อง งานประติมากรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้การเรียนแบบโครงงาน เรื่อง งานประติมากรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4) เพื่อประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดใหญ่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม ได้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวน 45 คน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย 1) แบบสัมภาษณ์ 2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) แบบประเมินความเหมาะสม 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน 5) แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ และ 6) แบบประเมินทักษะการทำโครงงานศิลปะ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) แบบ dependent และ การวิเคราะห์เนื้อหา แล้วนำเสนอแบบพรรณนาความ ผลการวิจัยพบว่า
- การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการโรงเรียนเทศบาลวัดใหญ่ และผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ พบว่า การจัดการเรียนรู้ควรส่งเสริมการจัดการเรียนให้ผู้เรียนเกิดการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเอง เกิดความท้าท้ายจากการสืบค้นข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ โดยใช้การเรียนแบบโครงงาน อีกทั้งการเรียนการสอน สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ ควรใช้การเรียนที่สอดคล้องกับความต้องการและกับบริบทของชุมชน โดยให้
ภูมิปัญญาท้องถิ่นมามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน
- การร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้การเรียนแบบโครงงานเรื่อง งานประติมากรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้รูปแบบ “PGKPD Model” ประกอบด้วย เตรียมความพร้อม (Preparation : P) กระบวนการกลุ่ม (Group Process : G) การให้ความรู้ (Knowledge : K) ปฏิบัติภาระงาน (Practice : P) การเผยแพร่ และแบ่งปัน (Dissemination : D)
- ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้การเรียนแบบโครงงานเรื่อง งานประติมากรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทดลองกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 จำนวน 45 คน พบว่ามีประสิทธิภาพ 83.13/83.56
- การประเมินผลและปรับปรุง 1) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้การเรียนแบบโครงงาน เรื่อง งานประติมากรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) การประเมินความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับมาก 3) การประเมินทักษะการทำโครงงานศิลปะ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับมาก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Education Guidance Department Office of Educational Services Sukhothai Thammathirat. (2015). Preparation for effective learning. Nonthaburi: Sukhothai Thammathirat Open University.
Khetkun, T. (2013). Techniques for teaching creative arts with a focus on the learner. Bangkok: Than Aksorn.
Komapat, S. (2018). The Development of Learning Management Approach Based on Design Thinking in Order to Promote the Creative of Grade 2 Students on Visual Arts in the Learning Area of Arts. Ubonratchatani: Burapaubon Municipal School under Ubonratchatani Provincial Administrative Organization.
Kuptavatin, C. (2013). The Learning Area Course in the Teaching Document Set of the Development of the Course and the Teaching Media Unit 4. Nontaburi: Sukothaithummathirat Open University; Education Department.
Lelacharuskul, C. (2012). Project-Based Learning. Bangkok: The Master Group Management.
Ministry of Education. (2010). Basic Education Core Curriculum 2551, Art Learning Subject Group. Bangkok: The Agricultural Cooperative Assembly of Thailand.
Moonkum, S. (2011). The Strategy of Creative-Thinking Teaching. Bangkok: Parbpim Ltd,
Srikum, C. and Leelajaruskul, C. (2017). The Learning Activity Management in Order to Analyze, Synthesize, Create and Estimate. Bangkok: Patumwan Demonstration School Srinakarinwirot University.
Sukchaleam, J. (2016). The Development of the Ability of the Grade 6 Students in Making Science Projects Based on Creative Economy; Curriculum and supervision Subject; Education Department. Nakornpratom: Graduate College Silapakorn University.
Supervisory Unit of Ministry of Education. (2015). Project-Based Learning: PBL. Bangkok: Ministry of Education.
Tipsumritkul, M. (2012). The Adaptation of Learning Activity to Math Projects; 2nd Edition. Bangkok: Ben Language and Arts.
Tongloy, W. (2018). The Development of The Learning Management Approach in the learning Area of Arts Based on Synectics Model Combined with Design Thinking in Order to Promote the Creative of Grade 10 Students in Making Handcrafts from Used Material. Srisakate: Khunhan Witayason School Under Srisakate Provincial Administrative Organization.
Wat-Yai Municipal School. (2018). Self Assessment Report : SAR. Nakornsrithummarat: Wat-Yai Municipal School.
Wiradechapol, A. (2017). Development of Project-Based Learning Activity Kit on Creating Batik Cloth Art group (Visual Arts) for Mathayom Suksa School 1. Narathiwat: Municipality School 4 (Ban Sai Thong), Su-ngai Kolok Municipality Su-ngai Kolok District Narathiwat Province.