จริยธรรมการตีพิมพ์

วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ (Journal of Social Research and Review: JSRR) ให้ความสำคัญกับมาตรฐานจริยธรรมการตีพิมพ์ ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของกระบวนการเผยแพร่ผลงานวิชาการ โดยยึดแนวทางและหลักการด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ของ Committee on Publication Ethics (COPE) เป็นกรอบในการดำเนินงาน ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจริยธรรมการตีพิมพ์ได้จากเว็บไซต์ของ COPE: https://publicationethics.org/

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตีพิมพ์ของวารสารทุกฝ่าย ได้แก่ บรรณาธิการ ผู้ประเมินบทความ และผู้เขียนบทความ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและแนวทางจริยธรรมที่วารสารกำหนด ดังต่อไปนี้

1. บทบาทและหน้าที่ของผู้เขียนบทความ
     1.1 ผู้เขียนต้องส่งบทความที่เป็นผลงานต้นฉบับ ไม่เคยตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในแหล่งอื่นมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารหรือสำนักพิมพ์อื่นในเวลาเดียวกัน
     1.2 ผู้เขียนต้องไม่คัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง หรือใช้ผลงานของผู้อื่นโดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง รวมถึงข้อความ แนวคิด ภาพ ตาราง ข้อมูล หรือผลงานประเภทอื่น ทั้งนี้ ผู้เขียนมีหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับลิขสิทธิ์หรือการขออนุญาตใช้ผลงานตามความเหมาะสม
     1.3 ผู้เขียนต้องนำเสนอข้อมูล ผลการศึกษา และข้อค้นพบอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรงตามข้อเท็จจริง ต้องไม่สร้างข้อมูลเท็จ ปลอมแปลง บิดเบือน เลือกนำเสนอข้อมูลเฉพาะส่วนเพื่อสนับสนุนข้อสรุป หรือกระทำการใดที่อาจทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจผิด
     1.4 ผู้เขียนต้องอธิบายระเบียบวิธีวิจัยและกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของงานวิจัยได้
     1.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้เข้าร่วมการวิจัย ข้อมูลส่วนบุคคล หรือประเด็นที่ต้องได้รับการพิจารณาด้านจริยธรรม ผู้เขียนต้องดำเนินการตามหลักจริยธรรมการวิจัยและกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และต้องระบุข้อมูลการรับรองด้านจริยธรรมการวิจัยในบทความตามความเหมาะสม
     1.6 ชื่อผู้เขียนทุกคนที่ปรากฏในบทความต้องเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญต่อผลงาน มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของบทความ และรับทราบและเห็นชอบกับการส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ ผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมในผลงานไม่ควรมีรายชื่อเป็นผู้เขียน
     1.7 ผู้เขียนต้องเปิดเผยแหล่งทุนสนับสนุนการวิจัยหรือการจัดทำบทความ ตลอดจนผลประโยชน์ทับซ้อนหรือความสัมพันธ์ใดที่อาจมีอิทธิพลต่อการดำเนินการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การตีความผล หรือการนำเสนอผลงาน
     1.8 ผู้เขียนต้องตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของรายการเอกสารอ้างอิง และควรอ้างอิงแหล่งข้อมูลต้นฉบับที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ควรอ้างอิงบทความที่ถูกถอนจากการตีพิมพ์ (retracted article) เว้นแต่มีความจำเป็นทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายกรณีการถอนบทความ และต้องระบุสถานะของเอกสารดังกล่าวให้ชัดเจน
     1.9 ผู้เขียนต้องดำเนินการแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ประเมินและบรรณาธิการอย่างเหมาะสมและภายในระยะเวลาที่วารสารกำหนด หากไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะ ผู้เขียนควรชี้แจงเหตุผลทางวิชาการอย่างชัดเจน
     1.10 หากผู้เขียนพบข้อผิดพลาดที่มีนัยสำคัญในบทความของตนภายหลังการเผยแพร่ ต้องแจ้งบรรณาธิการโดยเร็ว และให้ความร่วมมือในการแก้ไข ชี้แจง หรือดำเนินการอื่นตามความเหมาะสม
     1.11 ผู้เขียนต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อความถูกต้อง เนื้อหา ความคิดเห็น ข้อสรุป และการปฏิบัติตามจริยธรรมของบทความที่เผยแพร่ในวารสาร

2. บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ
     2.1 ผู้ประเมินควรรับประเมินบทความเฉพาะกรณีที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่เหมาะสมกับเนื้อหาของบทความ และสามารถดำเนินการประเมินภายในระยะเวลาที่กำหนด
     2.2 ผู้ประเมินต้องพิจารณาบทความอย่างเป็นกลาง เป็นธรรม และใช้หลักฐานหรือเหตุผลทางวิชาการในการประเมิน โดยไม่ใช้อคติ ความคิดเห็นส่วนตัว หรือปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพทางวิชาการของบทความเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน
     2.3 ผู้ประเมินต้องรักษาความลับของต้นฉบับและข้อมูลที่ได้รับจากกระบวนการประเมิน และต้องไม่เปิดเผย ส่งต่อ หรือหารือเกี่ยวกับต้นฉบับกับบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบรรณาธิการ
     2.4 ผู้ประเมินต้องไม่ใช้ข้อมูล แนวคิด วิธีการ ผลการศึกษา หรือเนื้อหาจากต้นฉบับที่ยังไม่ได้เผยแพร่เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อประโยชน์ทางวิชาการของตนเองหรือบุคคลอื่น
     2.5 ผู้ประเมินควรให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจน สร้างสรรค์ มีเหตุผล และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพของบทความ พร้อมส่งผลการประเมินภายในระยะเวลาที่วารสารกำหนด
     2.6 หากพบว่าบทความมีเนื้อหาซ้ำซ้อนอย่างมีนัยสำคัญกับผลงานที่เผยแพร่แล้ว หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการคัดลอก การสร้างข้อมูล การปลอมแปลงข้อมูล หรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดจริยธรรม ผู้ประเมินต้องแจ้งบรรณาธิการโดยเร็ว
     2.7 ผู้ประเมินต้องเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนหรือความสัมพันธ์ที่อาจส่งผลต่อความเป็นกลางในการประเมิน และควรปฏิเสธการประเมินหากเห็นว่าไม่สามารถพิจารณาบทความได้อย่างเป็นอิสระและเป็นธรรม
      2.8 ผู้ประเมินต้องไม่พยายามค้นหาหรือเปิดเผยตัวตนของผู้เขียนในกรณีที่วารสารดำเนินการประเมินแบบไม่เปิดเผยตัวตน

3. บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการวารสาร  
     3.1 บรรณาธิการมีหน้าที่กำกับดูแลกระบวนการรับและพิจารณาบทความให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการและจริยธรรมของวารสาร โดยวารสารใช้กระบวนการประเมินบทความแบบ Double-Blind Peer Review ซึ่งผู้เขียนและผู้ประเมินไม่ทราบตัวตนซึ่งกันและกัน
     3.2 บรรณาธิการต้องพิจารณาบทความอย่างเป็นธรรม เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยพิจารณาจากคุณภาพทางวิชาการ ความถูกต้อง ความชัดเจน ความเป็นต้นฉบับ ความเหมาะสมของระเบียบวิธี และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสารเป็นสำคัญ
     3.3 บรรณาธิการต้องรักษาความลับของข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียน ผู้ประเมิน ต้นฉบับ ผลการประเมิน และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาบทความ และต้องไม่เปิดเผยแก่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง
     3.4 บรรณาธิการต้องไม่นำข้อมูล แนวคิด เนื้อหา หรือผลการศึกษาจากต้นฉบับที่ยังไม่ได้เผยแพร่ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือในงานวิชาการของตนเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียน
     3.5 บรรณาธิการต้องมีมาตรการในการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน การตีพิมพ์ซ้ำ หรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดจริยธรรม หากพบข้อสงสัยที่มีเหตุอันควร บรรณาธิการอาจระงับกระบวนการพิจารณาบทความและติดต่อผู้เขียนเพื่อขอคำชี้แจงหรือหลักฐานเพิ่มเติม
     3.6 บรรณาธิการต้องมีกระบวนการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างโปร่งใส หากบรรณาธิการมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบทความใด ต้องไม่เป็นผู้ตัดสินบทความนั้น และควรมอบหมายให้บรรณาธิการหรือผู้รับผิดชอบรายอื่นดำเนินการแทน
     3.7 การคัดเลือกผู้ประเมินต้องพิจารณาจากความรู้และความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมกับเนื้อหาของบทความ รวมทั้งต้องหลีกเลี่ยงผู้ประเมินที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียนหรือผลงานที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
     3.8 บรรณาธิการต้องพิจารณาความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือของระเบียบวิธีวิจัย การวิเคราะห์ และหลักฐานที่ใช้สนับสนุนข้อสรุป โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและคุณค่าทางวิชาการของผลงานในการตัดสินใจรับหรือปฏิเสธบทความ
     3.9 หากพบข้อผิดพลาดหรือปัญหาด้านจริยธรรมภายหลังการตีพิมพ์ บรรณาธิการต้องดำเนินการอย่างเหมาะสม เช่น การเผยแพร่คำแก้ไข (Correction) การแสดงข้อกังวลต่อบทความ (Expression of Concern) หรือการถอนบทความ (Retraction) ตามระดับความรุนแรงและหลักฐานที่ปรากฏ
     3.10 บรรณาธิการต้องดำเนินการต่อข้อร้องเรียนหรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับจริยธรรมการตีพิมพ์อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และรักษาความลับของผู้เกี่ยวข้อง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาชี้แจงข้อมูลและหลักฐานก่อนมีการตัดสินใจ

4. นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์
     วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ตระหนักถึงบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด (Generative AI) ในกระบวนการวิจัย การเขียน การวิเคราะห์ และการจัดเตรียมต้นฉบับ ทั้งนี้ การใช้เทคโนโลยีดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ลดทอนความรับผิดชอบทางวิชาการและจริยธรรมของผู้เกี่ยวข้อง
     4.1 สถานะของปัญญาประดิษฐ์ 
          ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเครื่องมือสร้างเนื้อหาอัตโนมัติไม่สามารถมีสถานะเป็นผู้เขียนหรือผู้เขียนร่วมของบทความได้ เนื่องจากไม่สามารถรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ความเป็นต้นฉบับ ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือพันธะทางวิชาการและจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับผลงานได้
     4.2 ความรับผิดชอบของผู้เขียน
         ผู้เขียนอาจใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือสนับสนุนในการตรวจภาษา การจัดรูปแบบ การเขียนหรือช่วยตรวจสอบรหัสคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างหรือปรับแต่งภาพ หรือกระบวนการทำงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนต้องตรวจสอบผลลัพธ์จากการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างรอบคอบ และยังคงเป็นผู้รับผิดชอบโดยสมบูรณ์ต่อความถูกต้อง ความเป็นต้นฉบับ ความน่าเชื่อถือ ความเหมาะสมทางจริยธรรม และเนื้อหาทั้งหมดของบทความ
     4.3 การเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์
         หากมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในลักษณะที่มีผลต่อสาระสำคัญของบทความ เช่น เนื้อหา วิธีดำเนินการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษา การสร้างหรือปรับแต่งภาพ หรือข้อสรุป ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้งานดังกล่าวอย่างโปร่งใส โดยระบุชื่อเครื่องมือ รุ่นหรือเวอร์ชัน (หากมี) วัตถุประสงค์ และลักษณะการใช้งาน ในส่วนวิธีดำเนินการวิจัย กิตติกรรมประกาศ หรือคำประกาศของบทความตามความเหมาะสม
           การใช้เครื่องมือเพื่อการตรวจสอบการสะกด ไวยากรณ์ หรือการจัดรูปแบบ โดยไม่มีการสร้าง เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระ อาจไม่จำเป็นต้องเปิดเผย
     4.4 ข้อห้ามในการใช้ปัญญาประดิษฐ์
         ผู้เขียนต้องไม่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในลักษณะที่เป็นการสร้าง บิดเบือน หรือปลอมแปลงหลักฐานทางวิชาการ โดยเฉพาะการดำเนินการดังต่อไปนี้
                 1. สร้างข้อมูล ผลการวิจัย ผู้เข้าร่วมการวิจัย คำให้สัมภาษณ์ ข้อความอ้าง เอกสารอ้างอิง หรือหลักฐานที่ไม่มีอยู่จริง
                 2. ใช้ข้อมูลหรือเอกสารอ้างอิงที่ปัญญาประดิษฐ์สร้างหรือแนะนำโดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องและการมีอยู่จริงของแหล่งข้อมูล
                 3. อ้างอิงข้อมูลที่ไม่สามารถตรวจสอบกลับไปยังแหล่งข้อมูลต้นฉบับที่น่าเชื่อถือได้
                 4. ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้าง ดัดแปลง หรือบิดเบือนภาพ ข้อมูล หรือผลการศึกษาในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการหรือข้อค้นพบของงานวิจัย
                 5. นำข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลลับ ข้อมูลที่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ ข้อมูลที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการรักษาความลับ หรือต้นฉบับที่ยังไม่ได้เผยแพร่เข้าสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต
          ผู้เขียนมีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล เอกสารอ้างอิง ข้อความอ้าง และหลักฐานทุกประเภทที่ได้รับจากหรือได้รับคำแนะนำโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ และต้องอ้างอิงแหล่งข้อมูลต้นฉบับที่สามารถตรวจสอบได้
     4.5 การใช้ปัญญาประดิษฐ์ของบรรณาธิการและผู้ประเมิน
                1. บรรณาธิการต้องไม่มอบหมายให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ตัดสินคุณภาพ ความเหมาะสม หรือผลการพิจารณารับหรือปฏิเสธบทความแทนการตัดสินใจของมนุษย์
                2. ผู้ประเมินต้องไม่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์จัดทำผลการประเมินบทความแทนตนเอง โดยผู้ประเมินยังคงต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหา เหตุผล และข้อเสนอแนะในการประเมินทั้งหมด
                3. บรรณาธิการและผู้ประเมินต้องไม่นำต้นฉบับ ผลการประเมิน ข้อมูลของผู้เขียน หรือข้อมูลอื่นที่เป็นความลับเข้าสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ภายนอกที่อาจจัดเก็บ เปิดเผย นำไปใช้เพื่อฝึกระบบ หรือนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
                4. การใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนงานด้านธุรการหรือกระบวนการทางเทคนิคของวารสารต้องไม่กระทบต่อการรักษาความลับ ความเป็นกลาง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการตัดสินใจทางวิชาการ
       ผู้เขียน ผู้ประเมิน และบรรณาธิการยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำ การตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่เกิดจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในทุกกรณี