Editorial
Main Article Content
Abstract
วารสารวิจัยสังคม ปีที่ 43 ฉบับที่ 2 ออกมาในท่ามกลางบริบทการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางและรุนแรงของโรคโควิด-19 ทั้งในโลก และในประเทศไทย ในประเทศไทยพบเจอการระบาดใน 3 ระลอกสำคัญคือ ระลอกเดือนเมษายน เดือนตุลาคม และเดือนธันวาคม ในช่วงที่พีคที่สุด มีผู้ติดเชื้อสะสมตลอดปี พ.ศ. 2563 รวม 6,884 ราย และเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาด รัฐบาลใช้พระราชกำหนดการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ประกาศปิดสถานที่เสี่ยง และประกาศห้ามออกนอกเคหะสถานในเวลากลางคืน (เคอร์ฟิว) ดังนั้น ไม่ใช่เฉพาะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ผลกระทบของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดก็เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก.เงินกู้) มูลค่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในการป้องกัน เยียวยาผลกระทบและฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมจากสถานการณ์โควิด-19
ธีม (theme) หรือหัวข้อสำคัญของวารสารฉบับนี้ จึงให้ความสำคัญกับโควิด-19 กับสังคมในแง่มุมต่าง ๆ พร้อมไปกับการสัมมนาวิชาการประจำปี พ.ศ. 2563 ของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง สังคมหลังโควิด-19: ผลกระทบและการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ที่เผยแพร่ออนไลน์ผ่านแฟนเพจสถาบันวิจัยสังคม (www.facebook.com/chula.cusri) จำนวน 5 ครั้ง ตลอดเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ดังนั้น 5 ใน 6 บทความในวารสารฉบับนี้ จึงให้ความสำคัญกับผลกระทบของโควิด-19 ต่อสังคมไทย รวมถึงประเทศในภูมิภาคในแง่มุมต่าง ๆ
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- The copyright for this article belongs to the Social Research Institute at Chulalongkorn University. However, the views and content within are solely those of the authors.
- The views and opinions expressed in the articles published in the Journal of Social Research and Review, Social Research Institute, Chulalongkorn University, are the sole responsibility of the authors and do not reflect the views or responsibilities of the editorial board of the Journal of Social Research and Review, Social Research Institute, Chulalongkorn University. The editorial board does not reserve the rights to reproduction but requires proper citation for referencing.