พฤติกรรมการดูดวงของคนเมืองในเขตกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
Abstract
The Fortune Telling Behavior of City Life in Bangkok
งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูดวงของคนเมืองในเขตกรุงเทพมหานครและเพื่อศึกษาปรากฏการณ์บาร์นัม (Barnum Effect) ที่ส่งผลต่อการดูดวงในเขตพื้นที่เมือง เป็นการวิจัยเชิงสำรวจโดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณโดยการกำหนดโควตา (Quota) ทั้งหมด 6 พื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งคนที่อาศัยอยู่เมืองที่นิยมใช้บริการดูดวงมีขนาดใหญ่แต่ไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน จึงใช้สูตรของ W. G. Cochran (1953) ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 385 คน และการเก็บข้อมูลนั้นใช้การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple random sampling)
จากการศึกษา พบว่า ผู้ใช้บริการดูดวง 2 ใน 3 เป็นกลุ่มวัยทำงานและเป็นเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี ส่วนมากมีสถานภาพโสด สำหรับระดับการศึกษาผู้ใช้บริการดูดวง 2 ใน 3 เป็นผู้ที่เรียนจบระดับปริญญาตรี เหตุผลที่เลือกดูดวง โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ที่เลือกดูดวงเมื่อมีความคาดหวัง 1 ใน 3 ของผู้ใช้บริการดูดวงเมื่อมีความรู้สึกเครียดและต้องการที่พึ่งทางใจซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูดวงในแต่ละครั้งมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 300-499 บาท ในแง่การรับรู้ตามปรากฏการณ์บาร์นัม (BarnumEffect) เมื่อพิจารณาการรับรู้ของกลุ่มผู้ใช้บริการดูดวงแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มทางด้านการรับรู้ที่เกี่ยวกับการดูดวงนั้นตรงกับปรากฏการณ์บาร์นัม (BarnumEffect) คือ บุคคลมักให้คะแนนความถูกต้องในระดับที่สูงกับคำอธิบายเกี่ยวกับบุคลิกภาพของตนซึ่งเชื่อว่าทำขึ้นมาโดยเฉพาะทั้งที่จริงแล้วเป็นคำอธิบายที่คลุมเครือและกว้างขวางพอที่จะครอบคลุมถึงบุคคลทั่วไปด้วย
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- The copyright for this article belongs to the Social Research Institute at Chulalongkorn University. However, the views and content within are solely those of the authors.
- The views and opinions expressed in the articles published in the Journal of Social Research and Review, Social Research Institute, Chulalongkorn University, are the sole responsibility of the authors and do not reflect the views or responsibilities of the editorial board of the Journal of Social Research and Review, Social Research Institute, Chulalongkorn University. The editorial board does not reserve the rights to reproduction but requires proper citation for referencing.