การสังเคราะห์รูปแบบการจัดการองค์การมหาชนในประเทศไทย
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการ, การสังเคราะห์, วิภาษวิธี, องค์การมหาชนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาข้อมูลพื้นฐานความเป็นมาและความต้องการรูปแบบการจัดการองค์การมหาชนในประเทศไทย 2) สังเคราะห์รูปแบบการจัดการองค์การมหาชนในประเทศไทย และ 3) ศึกษาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในประเทศไทยในอนาคต การศึกษาเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านองค์การมหาชน และผู้บริหารหรือผู้แทนองค์การมหาชน จำนวน 38 คน ซึ่งมาจากองค์การมหาชนทั่วประเทศที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา และดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดย 1) การสัมภาษณ์เชิงลึก 2) การประชุมเชิงปฏิบัติการ และ 3) การประชุมสัมมนาโดยใช้วิธีการสังเคราะห์แบบวิภาษวิธี ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์การมหาชนในประเทศไทยได้มีการนำรูปแบบองค์การมหาชนประเทศฝรั่งเศสและประเทศอังกฤษมาใช้ในระยะเริ่มแรก ต่อมาได้มีการนำแนวคิดองค์การมหาชนในกลุ่มประเทศยุโรปมาประยุกต์ใช้ ส่วนความต้องการรูปแบบการจัดการองค์การมหาชน เกิดขึ้นเพราะรัฐมีภารกิจใหม่ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมการให้บริการสาธารณะมากขึ้น ซึ่งภารกิจเหล่านี้จำเป็นต้องการความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และความเป็นอิสระในการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร 2) จากการสังเคราะห์รูปแบบ พบว่า รูปแบบการจัดการองค์การมหาชนในประเทศไทย ควรแบ่งกลุ่มองค์การมหาชนโดยใช้ภารกิจหลักขององค์การมหาชนเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ได้แก่ กลุ่มที่ 1 องค์การมหาชนที่มีภารกิจในด้านการบริการสาธารณะ กลุ่มที่ 2 องค์การมหาชนที่มีภารกิจและกำหนดเวลาเฉพาะ กลุ่มที่ 3 องค์การมหาชนที่มีภารกิจเพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล สำหรับโครงสร้างการบริหาร เห็นควรมีการแก้ไขโครงสร้างการบริหารใหม่โดยกำหนดให้คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) ต้องประกอบผู้แทนจากผู้บริหารองค์การมหาชน รวมทั้งควรมีการใช้วิธีการสรรหาคณะกรรมการบริหารองค์การมหาชนและผู้อำนวยการมหาชนที่มีศักยภาพสูงโดยปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง การจัดการด้านการบริหารงานบุคคลและการจัดการด้านงบประมาณขององค์การมหาชนควรเน้นความเป็นอิสระในการบริหารงาน ไม่ควรนำระเบียบทางราชการมาใช้มากเกินไป ส่วนการกำกับดูแลและการตรวจสอบตามความเหมาะสม 3) ข้อเสนอเชิงนโยบาย รัฐบาลควรมีนโยบายและแนวทางที่ ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาในการจัดทําบริการสาธารณะขององค์มหาชนแต่ละประเภทว่าเป็นภารกิจที่ มุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามระยะเวลาอย่างชัดเจน โดยกําหนดนโยบายในการบริหารจัดการองค์การมหาชนให้เหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และสามารถกําหนดแผนการดําเนินงานและแผนการพัฒนาบุคลากรอย่างเหมาะสม กําหนดเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานให้มีความหลากหลายตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง สุดท้ายรัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์การมหาชนมีการรวมตัวกันเพื่อกําหนดแนวทางในการบริหารจัดการร่วมกัน