แนวทางการบริหารความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา
คำสำคัญ:
การบริหาร , ความสุขในการทำงาน, ครูโรงเรียนมัธยมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยแบบผสมผสานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา และ 2) เสนอแนวทางการบริหารความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่างในเชิงปริมาณคือโรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งประเทศจากเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2564 จำนวน 331 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 2 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1 คน และครู จำนวน 1 คน รวมทั้งสิ้น 662 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น และกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษาต้นแบบ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ คือ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.99 เชิงคุณภาพ คือ แบบสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้าง และเครื่องมือในการยืนยันแนวทางการบริหารความสุข คือ แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทาง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เชิงสำรวจ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. ความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู การปฏิบัติงานเป็นทีม วัฒนธรรมโรงเรียน และการบริหารจัดการสถานศึกษา รวม 104 ตัวแปร และ 2. แนวทางการบริหารความสุขในการทำงานของครูมี 4 ด้าน ได้แก่ 1) การสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู มี 8 แนวทางย่อย 2) การส่งเสริมการปฏิบัติงานเป็นทีม มี 8 แนวทางย่อย 3) การสร้างวัฒนธรรมโรงเรียน มี 7 แนวทางย่อย และ 4) การบริหารจัดการสถานศึกษา มี 8 แนวทางย่อย โดยแต่ละแนวทางมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุดทุกแนวทาง
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ ใจเที่ยง. (2562). การบริหารองค์กรแห่งความสุขในโรงเรียนประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญา ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).
ก้านทอง บุหร่า. (2560). องค์กรแห่งความสุข: แนวคิด กระบวนการและบทบาทนักบริหารทรัพยากรมนุษย์. วารสาร วิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 28, 169-176.
คึกฤทธิ์ ศิลาลาย. (2566). แนวทางการบริหารสถานศึกษาในยุควิถีใหม่. วารสารวิชาการรัตนบุศย์, 5, 58-74.
ชวนชม ชินะตังกูร. (2560). ความสุขในการทำงานของบุคลากรการศึกษา สังกัดสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 9, 26-39.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนรัตน์, จุติมาพร คงโคตะ, และ ยงยุทธ ทิพย์เกื้อศรี. (2556). มาสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ. สงขลา: ทวีศิลป์เอเชีย.
แผนงานสุขภาวะองค์กรภาคเอกชน. (2552). มาสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
ลลิตา สิริพัชรนันท์, เพ็ญศรี ฉิรินัง, อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ, และ วรเดช จันทรศร. (2566). การจูงใจพนักงานในองค์การสำหรับการจัดการสมัยใหม่. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 11, 127-136.
สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ. (2552). การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2. http://www.onec.go.th/onec_backoffice/uploads/Book/ 695-file.pdf
สำนักงานคณะกรรมการพลเรือน. (2559). การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการพลเรือน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). สภาวะการศึกษาไทยปี 2557/2558 จะปฏิรูปการศึกษาไทยให้ทันโลกในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดีการพิมพ์.
สำนักนายกรัฐมนตรี. (2564). ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ(ฉบับปรับปรุง). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 138 ตอนพิเศษ 44 ง, 25 กุมภาพันธ์ 2564.
สุวารีศิริ ภู่เปี่ยมสินธุ์. (2558). ดัชนีความสุขในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. BU ACADEMIC REVIEW, 14, 238-255.
อธิคุณ สินธนาปัญญา. (2557). การบริหารความสุขในสถานศึกษา. วารสารสุปริทัศน์, 28, 15-32.
Andrew, S.S. (2011). S.M.I.L.E.S.: The Differentiating Quotient for Happiness at Work. Bangalore: The mindful IT Company.
Diener, E. (1984). Subjective Well-Being. Psychological Bulletin, 95, 542-563.
Drucker, P. F. (1974). Management: Tasks, responsibilities, practices. Harper & Row.
__________. (2012). The practice of management. New York: Routledge.
Heylighen, F. (1992). A cognitive-systemic reconstruction of Maslow’s theory of self-actualization. Behavioral Science, 37, 39-58.
Pryce-Jones, J. (2010). Happiness at work: Maximizing your psychological capital for success. Wiley-Blackwell.
Kaiser, H. F. (1974). An index of factorial simplicity. Psychometrika, 39(1), 31–36.
Katzenbach, J. R., & Smith, D. K. (1993). The wisdom of teams: Creating the high-performance organization. Boston: Harvard Business School Press.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-608.
Layard, R. (2005). Happiness. New York: Penguin Press.
Mancuso, A.J. (2006). The Motivational Aspects for Teaching in Catholic Elementary Schools in the Diocese of San Jose in California: Who Teaches in these Schools and Why?. http://The_Motivational_Aspects_for_Teaching_in.html?id=qAAJ&redir_esc=y.
Mangaleswarasharma, R. (2017). Teacher motivation and job satisfaction: A study on teachers in three districts in Northern Sri Lanka. PEOPLE: International Journal of Social Sciences, 3(1), 314–323. https://doi.org/10.20319/pijss.2017.31.314323
Manion, J. (2003). Joy at work: creating a positive work place. Journal of Nursing Administration, 33(12), 652-659.
Marsh, S. (2015, January 27). Five top reasons people become teachers—and why they quit. The Guardian. https://www.theguardian.com/teacher-network/2015/jan/27/five-top-reasons-teachers-join-and-quit
Newby, T. J., Stepich, D. A., Lehman, J. D., & Russell, J. D. (2011). Educational technology for teaching and learning (4th ed.). USA: Pearson.
Ozcan, M. (2006). Improve Teacher Performance: Toward a Sociological Theory of Teacher Motivation. http://www.proquest.com/en-US/ site/pqdd_unavailable.shtml.
Robbins, S. P., & Coulter, M. (2002). Management (7th ed.). London: Prentice-Hall.
Ryff, C. D., & Keyes, C. L. M. (1995). The structure of psychological well-being revisited. Journal of Personality and Social Psychology, 69, 719-727.
Veenhoven, R. (1984). Conditions of happiness. D. Reidel. https://doi.org/10.1007/978-94-009- 6432-7
Warr, P. (2007). Work, Happiness and Unhappiness. New York: Lawrence Erlbaum Associates Publishers.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร Sarasas Journal of Humanities and Social Science ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันสารสาสน์เทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

