รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้นำที่มีความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารราบ: โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงสมการกำลัง 2 ลำดับที่ 2 (A DEVELOPMENT MODEL OF LEADER’ SELF-CONFIDENCE TRAITS OF NON-COMMISSIONED STUDENTS INFANTRY CROP: 2ND ORDER Q

ผู้แต่ง

  • เสน่ห์ นิติวิทยากุล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

คำสำคัญ:

ความเชื่อมั่นในตนเอง, คุณลักษณะผู้นำ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้นำที่มีความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารราบ โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี แบ่งเป็น 4 ระยะคือ ระยะที่ 1 (R:1) การศึกษารูปแบบ (Best Practices) และระยะที่ 2 (D:1) การพัฒนารูปแบบ (Feasibility) เพื่อให้ได้ต้นแบบสำหรับการแก้ไขปัญหา (Prototype Solution) ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบสนทนากลุ่ม ระยะที่ 3 (R:2) การทดลองใช้รูปแบบ (Try Out) เพื่อเปรียบเทียบอัตราพัฒนาการระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง และระยะที่ 4 (D:2) การปรับปรุงรูปแบบและการนำไปใช้แก้ไขปัญหาขั้นสุดท้าย (Final Solution) ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้นำและแบบสอบถาม ประชากรคือ นักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารราบ โรงเรียนทหารราบ จำนวน 1,097 คน สุ่มตัวอย่างด้วยการคำนวณโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป G*Power ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 70 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มควบคุมกับกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 35 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณสถิติที่ใช้ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) ความแปรปรวน (s2) และCronbach’s alpha (α) คำนวณด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Window การวิเคราะห์ข้อมูล 2nd Order Quadratics LGM สถิติที่ใช้ Chi-square: (c2) Relative Chi-square: c2/df) Degree of freedom (df) RMSEA CFI TLI SRMR Wald test(DS) ค่าเฉลี่ยเมื่อเริ่มต้น (mi) ค่าเฉลี่ยอัตราพัฒนาการ (ms) ค่าเฉลี่ยอัตราเร่งอัตราพัฒนาการ (mq) ค่าความแปรปรวนเมื่อเริ่มต้น (s2i) ค่าความแปรปรวนอัตราพัฒนาการ (s2s) ค่าความแปรปรวนอัตราเร่งอัตราพัฒนาการ (s2q) ค่าความแปรปรวนร่วมอัตราพัฒนาการกับค่าเฉลี่ยเมื่อเริ่มต้น (fs-i) ค่าความแปรปรวนร่วมอัตราเร่งอัตราพัฒนาการกับค่าเฉลี่ยเมื่อเริ่มต้น (fq-i) ค่าความแปรปรวนร่วมอัตราเร่งอัตราพัฒนาการกับอัตราพัฒนาการ (fq-s) วิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป Mplus และข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้นำที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีองค์ประกอบที่ควรพัฒนารวม 6 ด้านคือ การรับรู้ความสามารถของตนเอง การกล้าแสดงออก การกล้าตัดสินใจ ความภาคภูมิใจในตนเอง การมองโลกในแง่ดี และการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยใช้กระบวนการกลุ่มและกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ (2) การทดลองใช้รูปแบบ ในห้วงแรกของการทดลองกลุ่มทดลองมีอัตราพัฒนาการเพิ่มสูงขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมทั้ง 6 ด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่มีอัตราพัฒนาการลดลงในห้วงท้ายของการทดลอง ในขณะที่กลุ่มควบคุมมีอัตราพัฒนาการลดลงอย่างต่อเนื่อง (3) การประเมิน 2nd Order Quadratics LGM มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี และ (4) สรุปได้ว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมาสามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาการขาดความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพในห้วงระยะเวลาสั้นๆ

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

[1] โรงเรียนทหารราบ. (2555). แผนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2558. ประจวบคีรีขันธ์: ม.ป.พ.
[2] โรงเรียนทหารราบ. (2555). แผนแม่บทการศึกษา ปี พ.ศ.2555-2559. ประจวบคีรีขันธ์: ม.ป.พ.
[3] Child Study Association of America. (1952). Our Children Today. New York: The Viking Press.
[4] Breckenridge. Marine Edgar. (1995). Child Development. London: W.B. Saunders Company.
[5] Garrison. (1965). The Trooper. Garrison High School. North Dakota.
[6] ก้อง ไชยณรงค์. (2552). ผลของหลักสูตรเสริมสร้างคุณลักษณะผู้นำในรูปโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงของภาวะผู้นำเต็มรูปและทักษะผู้นำ: กรณีศึกษานักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น.
[7] วรรณี แกมเกตุ. (2551). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[8] วรรณคดี สุทธินรากร. (2556). การวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยในกระบวนทัศน์ทางเลือก. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สยามปริทัศน์ จำกัด.
[9] สุภางค์ จันทวานิช. (2540). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[10] นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง (RISREL): สถิติการวิเคราะห์สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[11] Likert, Rensis. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in Fishbeic, M (Ed.), Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley & Son. pp. 90-95.
[12] สุขุม มูลเมือง. (2556). สถิติขั้นสูงสำหรับการวิจัยการบริหารการศึกษา. ใน เอกสารประกอบการสอนนักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต. สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี.
[13] Kandauda A. S. Wickrama; Tae Kyoung Lee; Catherine Walker O’Neal.; & Frederick O. Lorenz. (2016). Higher-Order growth Curves and Mixture Modeling with Mplus. Routledge 711 Third Avenue, New York, NY. 10017.
[14] Schumacker, R. E.; & Lomax, R. G. (2010). A beginner’s guide to structural equation modeling. 3rd ed. New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates.
[15] ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์; และ สมชาติ สว่างเนตร. (2535). การวิเคราะห์เส้นโยงด้วยลิสเรล.สถิติสำหรับนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์สังคมและพฤติกรรม โครงการส่งเสริมเอกสารวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
[16] ณัฐิดา กุลศรี. (2554). การให้คำปรึกษารายบุคคลตามทฤษฎีโรเจอร์ส เพื่อพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียน. วิทยานิพนธ์จิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
[17] เสาวภา บูรณเจริญกิจ. (2546). ผลของการใช้โปรแกรมการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองและการให้คำปรึกษาเป็นกลุ่มแบบพิจารณาเหตุผล อารมณ์ และพฤติกรรม ต่อความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.สาขาวิชาจิตวิทยาการแนะแนว มหาวิทยาลัยบูรพา.
[18] วัลลภา จันทร์เพ็ญ. (2544). การพัฒนารูปแบบกิจกรรมเพื่อพัฒนาจริยธรรมของนักศึกษาช่างอุตสาหกรรมตามแนวคิดการปรับพฤติกรรมทางปัญญา. ปริญญาครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[19] Trotzer, Jame P. (1999). The Counselor and the Group: Integrating Theory, Training and Practice. 3rd ed. Philadelphia: Taylor & Francis. 2nd ed. New York: Brunner-Rutledge.
[20] Bandura, A. (2000). Exercise of human agency through collective efficacy. Current Directions in Psychological Science.
[21] ละออ โพธิภิรมย์. (2550). การพัฒนาการกล้าแสดงออก. ใน บทความวิชาการ. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2556, จาก www.rtc.ac.th/www_km/03/0317/032_1-2555.pdf
[22] Kelly, R. E. (1992). The Power of Followership: How to create leaders people want to follow and Followers who lead themselves. New York: Doubleday Currency.
[23] Raykov, T. (1993). A structural equation model for measuring residualized change and discerning patterns of growth of decline. Applied Psychological Measurement. 17: 53-71.
[24] Akihito, K. (2012). Advanced data analysis with Mplus program. International workshop series: faculty of education. Mahasarakham: Mahasarakham University.
[25] Maslach, C.; & Jackson, S. E. (1981). The Measurement of Experienced Burnout. Journal of Organization Behavior. 2: 99-113.
[26] Maslach C & Leiter MP. (1997). The truth about burnout. Sanfrancisco: Jossey Bass.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-08-17

รูปแบบการอ้างอิง

นิติวิทยากุล เ. (2018). รูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะผู้นำที่มีความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารราบ: โมเดลโค้งพัฒนาการที่มีตัวแปรแฝงสมการกำลัง 2 ลำดับที่ 2 (A DEVELOPMENT MODEL OF LEADER’ SELF-CONFIDENCE TRAITS OF NON-COMMISSIONED STUDENTS INFANTRY CROP: 2ND ORDER Q. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(19, January-June), 217–234. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swurd/article/view/140843