การฆ่าตัวตายของนักศึกษากับการปรับตัวของครอบครัว มหาวิทยาลัยและรัฐ: การศึกษาโดยใช้ข่าวในหนังสือพิมพ์เป็นฐาน THE STUDENTS SUICIDE AND ADAPTATION OF FAMILY, UNIVERSITY AND STATE: THE STUDY BY USING REPORTED CASES IN THAI NEWSPAPERS BASED
คำสำคัญ:
การฆ่าตัวตาย, การฆ่าตัวตายของนักศึกษา, การปรับตัวบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปรากฏการณ์และสาเหตุการฆ่าตัวตายของนักศึกษา รวมทั้งศึกษาการปรับตัวของครอบครัว มหาวิทยาลัยและรัฐ เมื่อนักศึกษาฆ่าตัวตาย ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้คือการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวการฆ่าตัวตายของนักศึกษาจากศูนย์ข้อมูลข่าวมติชนออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2540 – วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 จากนั้นจึงนำข่าวมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า หนังสือพิมพ์นำเสนอข่าวการฆ่าตัวตายของนักศึกษา จำนวน 183 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ฆ่าตัวตายสำเร็จ โดยนักศึกษาฆ่าตัวตายมากที่สุดในปี พ.ศ. 2543 จำนวน 18 ราย วิธีการที่นักศึกษาเลือกฆ่าตัวตายมากที่สุด คือ กระโดดจากที่สูง ส่วนสถานที่ที่นักศึกษาฆ่าตัวตายมากที่สุด คือ หอพัก และสาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายมาจากปัญหาความรัก ในขณะที่การปรับตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเมื่อนักศึกษาฆ่าตัวตาย แบ่งออกเป็น 3 ตัวแสดง ได้แก่ (1) ครอบครัว จะเน้นไปที่การรับมือกับสภาวะโศกเศร้าและการเตรียมใจให้พร้อมกับอารมณ์ของตนเอง (2) มหาวิทยาลัย ได้สร้างพื้นที่สาธารณะให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายและจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งตรวจสอบและปรับปรุงพื้นที่สุ่มเสี่ยงภายในมหาวิทยาลัย (3) รัฐ ผลักดันประเด็นปัญหาการฆ่าตัวตายให้เป็นวาระนโยบายสาธารณสุขและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้สะท้อนให้เห็นถึงแง่มุมบางประการของสังคมไทยเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของกลุ่มนักศึกษาตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา อีกทั้ง ยังแสดงให้เห็นถึงวิธีการปรับตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสถานภาพและบทบาทที่แตกต่างกัน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
[2] กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2560). รายงานจำนวนการฆ่าตัวตายของประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 30 ธันวาคม 2560, จาก https://www.dmh.go.th/report/suicide
[3] สายล่อฟ้า. (2559, 1 มีนาคม). สังคมอันตรายฆ่าตัวตายที่ 3 ของโลก. ไทยรัฐ. สืบค้นเมื่อ 30 ธันวาคม 2560, จาก https://www.thairath.co.th/content/583918
[4] ปาณิภา สุขสม. (2558, กันยายน-ธันวาคม). แนวคิดทางสังคมวิทยากับการศึกษาอาชญากรรม. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์. 4(3): 309-322.
[5] สิริวัฒน์ ศรีเครือดง. (2559, กันยายน-ธันวาคม). พุทธจิตวิทยาบูรณาการ: แนวคิดและการสร้างตัวแบบเพื่อลดอัตราการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นในสังคมสังคมไทย. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์. 5(3): 15-27.
[6] พันธุ์วิภา เหมือนเพชร. (2554). แบบอย่างการฆ่าตัวตายจากหนังสือพิมพ์ไทยรายวัน. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. (สังคมศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข). นครปฐม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
[7] Durkheim, Emile. (1951). Suicide: a Study in Sociology. Glencoe: The Free Press.
[8] รตพร ปัทมเจริญ. (2552, กรกฎาคม-ธันวาคม). การฆ่าตัวตาย: ปรากฏการณ์ทางสังคมและวัฒนธรรม. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 5(2): 7-24.
[9] วรรณโชค ไชยสะอาด. (2560, 29 เมษายน). อย่าให้รักทำลาย-รับฟังด้วยหัวใจ หนทางลดปัญหาฆ่าตัวตาย. โพสต์ทูเดย์. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2560, จาก https://www.posttoday.com/politic/report/492527
[10] กิติกร มีทรัพย์. (2543, 11 กันยายน). ทบวงฯ เต้นเรียกอธิการฯ ทั่วปท. ถกเครียดลัทธิพิเรน. มติชน. หน้า 24.
[11] เทียนฉาย กีระนันทน์. (2541, 31 ตุลาคม). เปิดศูนย์ฮอตไลน์รับปรึกษาปัญหานิสิต. เดลินิวส์. หน้า 14.
[12] ประทีป มาร์ติน โกมลมาศ. (2542, 25 พฤศจิกายน). เอแบคล้อมคอกนักศึกษาฆ่าตัวตาย. เดลินิวส์. หน้า 14.
[13] วีระเดช คชเสนีย์. (2561). กรมสุขภาพจิตเร่งป้องกันคนไทยพยายาม “ฆ่าตัวตาย”. สืบค้นเมื่อ 30 กุมภาพันธ์ 2561, จาก http://thainews.prd.go.th/news/news/TNSOC6102160010052
[14] โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง. (2561, 3 มกราคม). เห็นคนฆ่าตัวตายแต่ไม่ห้าม! มีโทษถึงติดคุก. ไทยรัฐ. สืบค้นเมื่อ 30 กุมภาพันธ์ 2561, จาก https://www.thairath.co.th/content/1168015
[15] ดนุลดา จามจุรี. (2554, กรกฎาคม-ธันวาคม). ปรากฏการณ์ฆ่าตัวตายในนักเรียน นักศึกษาไทย มุมมองด้าน สังคมศาสตร์และการศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร. 1(1): 14-28.
[16] Woo, Jong-Min; Okusaga, Olaoluwa; and Postolache, Teodor T. (2012, February). Seasonality of Suicidal Behavior. International Journal of Environmental Research and Public Health. 9(2): 531-547.
[17] Cerel, Julie; Jordan, John R.; and Duberstein, Paul R. (2008, February). The Impact of Suicide on the Family. Crisis The Journal of Crisis Intervention and Suicide Prevention. 29(1): 38-44.
[18] Fernández, Rodríguez MD.; and Huertas, IB. (2013, January). Suicide Prevention in College Students: A Collaborative Approach. Interamerican Journal of Psychology. 47(1): 53-60.
[19] Westefeld, John S.; Whitchard, Kimberly A.; and Range, Lillian M. (1990, July). College and University Student Suicide: Trends and Implications. The Counseling Psychologist. 18(3): 464-476
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 4.0 International (CC-BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น โปรดอ่านหน้านโยบายของวารสารสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต