การศึกษาสภาพการณ์ปัจจุบันของผู้สูงอายุด้านความสุขในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล A STUDY OF THE CURRENT SITUATION OF HAPPINESS IN ELDERLY IN THAILAND 4.0 PERIOD IN THE CENTRAL PROVICES OF THAILAND
คำสำคัญ:
ความสุขของผู้สูงอายุ, สังคมผู้สูงอายุ, ไทยแลนด์ 4.0บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการณ์ปัจจุบันของผู้สูงอายุด้านความสุข ในกลุ่มจังหวัดปริมณฑล 2) วิเคราะห์องค์ประกอบของสังคมผู้สูงอายุด้านความสุขในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล คือ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2562 จากผู้สูงอายุ จำนวน 384 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม ผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษาแบบวิธีการผสมผสาน เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ศึกษาใน 5 มิติสำคัญ คือ มิติด้านร่างกายมิติด้านอารมณ์และจิตใจ มิติด้านสังคม มิติด้านวัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงในยุคไทยแลนด์ 4.0 และมิติด้านเศรษฐกิจ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามสภาพการณ์ปัจจุบันของผู้สูงอายุด้านความสุขที่สร้างขึ้นใหม่ตามนิยามวรรณกรรม ประกอบด้วย 2 ส่วน จำนวนข้อคำถาม 45 ข้อ 5 ระดับการประเมิน ร่วมกับประเด็นการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 4 ข้อ ซึ่งผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน โดยแบบสอบถามมีค่า IOC 0.67 และ 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นแบบสัมประสิทธิ์อัลฟ่า 0.979 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และตรวจสอบความตรงตามโครงสร้าง โดยสถิติวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA)
ผลการศึกษาสภาพการณ์ปัจจุบันของผู้สูงอายุของผู้สูงอายุ ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า มิติที่มีความสำคัญมากที่สุดเรียงตามลำดับ คือ มิติด้านอารมณ์และจิตใจ มิติด้านสังคม มิติด้านร่างกาย มิติด้านวัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงในยุคไทยแลนด์ 4.0 และมิติด้านเศรษฐกิจ และยังพบตัวแปรที่สำคัญในระดับมากที่สุด ได้แก่ 1) สามารถทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง 2) สามารถทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบได้ด้วยตนเอง 3) สามารถรับเป็นความจริงของชีวิต เช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย 4) สามารถมีความสุขใจจากการช่วยเหลือผู้อื่น 5) ความภาคภูมิใจและรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง 6) สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงและความเสื่อมถอยของร่างกาย 7) ความสัมพันธ์กับสังคมเพื่อนฝูง และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของสังคมผู้สูงอายุด้านความสุขในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายและจิตใจ กลุ่มที่ 2 การมีส่วนร่วมกับสังคม/ชุมชน กลุ่มที่ 3 ความรู้ในการเข้าสู่สังคมออนไลน์ กลุ่มที่ 4 การวางแผนด้านการเงิน กลุ่มที่ 5 การดูแลสุขภาพร่างกายที่เหมาะสม และกลุ่มที่ 6 กิจกรรมทางศาสนาและความเชื่อ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
[2] อาชัญญา รัตนอุบล, วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา, วรรัตน์ ปทุมเจริญวัฒนา, ปาน กิมปี, และระวี สัจจโสภณ. (2554). การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุไทย. ใน รายงานฉบับสมบูรณ์การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุไทย. หน้า 197-210. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[3] สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
[4] สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี. (2560, มกราคม-มีนาคม). Thailand 4.0 ขับเคลื่อนอนาคตสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน. ไทยคู่ฟ้า, 11(1), 3-24.
[5] สุชาดา ทวีสิทธิ์, มาลี สันภูวรรณ์, และศุทธิดา ชวนวัน. (2556). ประชากรและสังคมในอาเซียน: ความท้าทายและโอกาส. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
[6] คณะกรรมการส่งเสริมประสานงานผู้สูงอายุแห่งชาติสำนักนายกรัฐมนตรี. (2545). แผนพัฒนาผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564). กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
[7] ประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการเรื่อง การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด ฉบับที่ 3. (2560, 17 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนพิเศษ 281 ง: 17.
[8] กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม. (2562). แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล พ.ศ. 2562-2564. กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม.
[9] สุทธิชัย จิตะพันธ์กุล. (2558, มีนาคม). ยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนากับสังคมผู้สูงอายุสำหรับประเทศไทย. วารสารสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง, 1(1), 80-91.
[10] สํานักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล. (2560). ประเทศไทยในบริบทไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
[11] สำนักส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต. (2560). คู่มือวิทยากรจัดกิจกรรมสร้างสุข 5 มิติ สำหรับผู้สูงอายุในชุมชน. นนทบุรี: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
[12] บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูร. (2547). ระเบียบวิธีวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[13] มนตรี ประเสริฐรุ่งเรือง, และดุษฎี อายุวัฒน์. (2559, กันยายน). การสร้างทางเลือกในการพึ่งพาตนเองอย่างมีคุณค่าของผู้สูงอายุรุ่นใหม่. วารสารประชากรและสังคม, 4(2), 23-45.
[14] Ian Shergold, GlennLyons, ChristaHubers. (2014). Future mobility in an ageing society – Where are we heading?. In The Built Environment, Delft University of Technology. Netherlands: Delft University.
[15] จรัญญา วงษ์พรหม. (2558). การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. (การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนามนุษย์). นครปฐม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
[16] ปาจรีย์ ผลประเสริฐ, และวรางคณา จันทร์คง. (2561, พฤษภาคม - สิงหาคม). บริหารจัดการชมรมผู้สูงอายุ อย่างไรให้สำเร็จ. วารสารชุมชนวิจัย, 12(2), 26-36.
[17] วิภาพร สิทธิสาตร์, และสุชาดา สวนนุ่ม. (2550). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในชุมชน เขตความรับผิดชอบของสถานีอนามัยบ้านเสาหิน ตำบลวัดพริก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก. ใน รายงานวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพุทธชินราช สถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. หน้า 37-48. พิษณุโลก: วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช.
[18] จุฑารัตน์ แสงทอง. (2560, มกราคม-เมษายน). สังคมผู้สูงอายุ(อย่างสมบูรณ์): ภาวะสูงวัยอย่างมีคุณภาพ. วารสารกึ่งวิชาการรูสมิแล, 38(1), 6-28.
[19] ศศิพัฒน์ ยอดเพชร, เล็ก สมบัติ, ณัฏฐพัชร สโรบล, และธนิกานต์ ศักดาพร. (2555). ลักษณะการดําเนินงานและกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ. ใน รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ลักษณะการดําเนินงานและกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุ. หน้า 224-228. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
[20] วิรดา อรรถเมธากุล, และวรรณี ศรีวิลัย. (2556, กรกฎาคม-ธันวาคม). ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ ตำบลคูบัว จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 7(2), 18-28.
[21] โรจนา ธรรมจินดา, และคณะ. (2560, ตุลาคม-ธันวาคม). การพัฒนารูปแบบธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืนกรณีศึกษา กลุ่มผักปลอดสารบ้านดอนสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร, 10(4), 98-106.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 4.0 International (CC-BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น โปรดอ่านหน้านโยบายของวารสารสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต