แรงจูงใจให้เกิดการกระทำผิดซ้ำฐานความผิดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ในผู้ต้องขังเพศชาย: การศึกษาเชิงคุณภาพ
คำสำคัญ:
การกระทำผิดซ้ำ, ความผิดฐานยาเสพติดให้โทษประเภท 1, แรงจูงใจในการกระทำผิดซ้ำ, กระบวนการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังภายในเรือนจำบทคัดย่อ
ระเบียบการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำถูกพัฒนาขึ้นบนแนวคิดการเคารพสิทธิมนุษยชนและมุมมองว่าผู้กระทำผิดสามารถบ่มเพาะแก้ไขไม่ให้หวนกลับไปกระทำผิดได้ อย่างไรก็ตามพบว่า สัดส่วนของการกระทำผิดซ้ำในความผิดประเภทยาเสพติดในประเทศไทยนั้นสูงที่สุดกว่าการกระทำผิดประเภทอื่น ๆงานวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางจิตสังคมในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดซ้ำฐานความผิดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้ต้องขังเพศชายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางจำนวน 5 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่กระทำผิดซ้ำในฐานความผิดการครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ชนิดเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย ผลการสัมภาษณ์และวิเคราะห์แก่นสาระ พบ 2 แก่นสาระหลัก คือ มิติของ“แรงจูงใจให้กระทำผิด” ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเด็น ได้แก่ ผลตอบแทนด้านตัวเงิน สภาพแวดล้อมพัวพันใกล้ชิดกับการค้ายา ประสบการณ์การค้ายานำพาให้ค้าต่อไปเรื่อย ๆ และ สังคมกีดกันผู้กระทำความผิด และ มิติของ“กระบวนการแก้ไขฟื้นฟูในเรือนจำ” ประกอบด้วย 3 ประเด็น ได้แก่ การส่งเสริมอาชีพ
ถูกกฎหมาย การให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด และเรือนจำในฐานะที่พักพิงของผู้ต้องขัง ผลการวิจัยนี้สามารถอภิปรายได้ด้วยแนวคิดและทฤษฎีทางจิตวิทยา ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอแนะ เพื่อการนำไปประยุกต์และพัฒนาแนวทางแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
World Population Review. (n.d.). Incarceration rates by country 2022. https://worldpopulation review.com/country-rankings/incarceration-rates-by-country
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย. (2564). คู่มือสำหรับการจ้างงาน ผู้ต้องขัง ผู้พักโทษ และผู้พ้นโทษเพื่อการ
กลับคืนสู่สังคม. https://knowledge.tijthailand.org/publication/detail/คู่มือสำหรับการจ้างงาน-ผู้ต้องขัง#book/
แบ่งส่วนราชการกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2561. (2561, 20 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนที่ 51 ก. หน้า 29-38. ราชกิจจา. https://www.moj.go.th/attachments/20190926152052_90318.pdf
กรมราชทัณฑ์. (2563, 10 พฤศจิกายน). กำชับและเร่งรัดเรือนจำส่งรายชื่อผู้ต้องขังที่ผ่านการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติดเข้ารับการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ. กระทรวงยุติธรรม. http://www.correct.go.th/infosaraban63/letter/filepdf/1604997693.pdf
กรมราชทัณฑ์. (2565). ฐานข้อมูลผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ. กระทรวงยุติธรรม. http://www.correct.go.th/recstats/index.php/th/searchGroup
สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย, และ Penal Reform International. (2565). บทสรุปผู้บริหาร แนวโน้ม สถานการณ์เรือนจำโลก ปี 2565. https://knowledge.tijthailand.org/publication/detail/global-prison-trends-2022-exec-sum#book/3
ภานุวัฒน์ มีเพียร, และบุญเหลือ บุบผามาลา. (2564). ปัจจัยที่ทำให้มีการกระทำผิดซ้ำในคดียาเสพติดของผู้ต้องขังเรือนจำกลางอุดรธานี. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(3), 17-32.
สัตถา ดาเวียง, และพิชัยรัฐ หมื่นด้วง. (2565). การกระทำผิดซ้ำคดียาเสพติดของผู้ต้องขังในเรือนจำอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(5), 78-89.
สมบูรณ์ เตชะวงค์. (2545). การกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังคดียาเสพติด : ศึกษาเฉพาะกรณีผู้ต้องขังทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชญาณ์นันท์ บวรสมสฤษดิ์, และศรีสุพร ปิยรัตนวงศ์. (2553). ปัจจัยในการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังคดียาเสพติดในทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา. วารสารกระบวนการยุติธรรม, 3(4), 79-83. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JTJS/article/view/245778
Braun, V., and Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77-101.
Skinner, B. F. (1971). Operant conditioning. The Encyclopedia of Education, 7, 29-33.
Maslow, A., and Lewis, K. J. (1987). Maslow's hierarchy of needs. Salenger Incorporated, 14(17), 987-990.
Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action. Englewood Cliffs, NJ.
Tajfel, H., and Turner, J. C. (2004). The social identity theory of intergroup behavior. In J. T. Jost and J. Sidanius (Eds.), Political Psychology (pp. 276-293). Psychology Press.
Branscombe, N. R., Schmitt, M. T., and Harvey, R. D. (1999). Perceiving pervasive discrimination among African Americans: Implications for group identification and well-being. Journal of Personality and Social Psychology, 77(1), 135-149. https://doi.org/10.1037/0022-3514.77.1.135
Ryan, R. M., and Deci, E. L. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68-78. https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.68
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อยู่ภายใต้การอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 4.0 International (CC-BY-NC-ND 4.0) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น โปรดอ่านหน้านโยบายของวารสารสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงแบบเปิด ลิขสิทธิ์ และการอนุญาต