การศึกษารูปแบบการเรียนรู้ระหว่างวิชาชีพในนักเรียนมัธยมศึกษาที่มาดูงานศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

ผู้แต่ง

  • กำธร ตันติวิทยาทันต์ งานการศึกษาวิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วนิดา ธนากรกุล งานการศึกษาวิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • นันท์นภัส คังคะโน งานการศึกษาวิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วินัย ชุมพล งานการศึกษาวิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • ธนะเมศฐ์ เชาว์จินดารัตน์ งานการศึกษาวิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  • พีรพงศ์ สมภพโภคาเศรษฐ์ งานการศึกษาวิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

คำสำคัญ:

Teaching and Learning, Interprofessional, Undergraduate, Knowledge Transfer, Problem-Based Learning

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ ทบทวนข้อมูลย้อนหลังของรูปแบบที่เก็บระหว่างกิจกรรมการเรียนการสอน (Interprofessional education : IPE)  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในเรื่อง ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาจาก TeamSTEPPS (Team Strategies and Tools to Enhance Performance and Patient Safety) ของ AHRQ ในโอกาสที่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียน สาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 34 คน แจ้งความประสงค์มาดูงานที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ระหว่างวันที่ 19-27 ธ.ค. 2565 เพื่อให้ได้ ข้อมูลในการตัดสินใจศึกษาต่อวิชาชีพดูแลสุขภาพ งานการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการจึงปรับรูปแบบการเรียนรู้ IPE ให้เหมาะสมสำหรับก่อนปริญญา ผู้ศึกษาจึงสนใจว่ารูปแบบนี้จะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้นหรือไม่ วิธีการให้ทบทวนข้อมูลที่ได้บันทึกไว้ โดยรูปแบบมีการออกแบบที่ประกอบด้วยนักเรียน 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4-6 คน ใช้วิธีการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based Learning : PBL) ผ่านกิจกรรมหมุนเวียน 6 หน่วยงาน ได้แก่ ห้องยา CSSD โภชนา งานผ้า วิจัยและห้องสมุด มีเครื่องมือ KWLS charts, teamwork Gallup Q12, emotional curves และ Empathy cards มีปฐมนิเทศที่ให้แนวคิด IPE บันทึกข้อมูลสังเกตพฤติกรรมกลางสัปดาห์ และหัวข้อกิจกรรมที่มอบหมายแต่ละกลุ่มแล้วนำเสนอในวันสุดท้าย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพที่บันทึกในเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสื่อต่าง ๆ ด้วยซอฟต์แวร์ Machine Learning ( ML) ซึ่งให้ข้อมูลในการเรียนรู้เพียงแค่ชุดเดียว(Unsupervised learning) หรือ input ผลการศึกษา รูปแบบมีการวัดประเมินการถ่ายทอดความรู้พื้นฐานและความรู้ ที่ต้องการก่อนกิจกรรมความรู้ที่ได้เรียนรู้และความรู้ที่ยังต้องการเพิ่มเติม หลังกิจกรรม โดยวิเคราะห์เป็นภาพกลุ่มคำ (Word clouds) พบว่าในภาพรวม นักเรียนไม่มีความรู้พื้นฐาน ความต้องการเรียนรู้ได้รับการตอบสนองร้อยละ 87.6 และต้องการปฏิบัติเพิ่มหากมีโอกาสร้อยละ 67.6  การทำงานเป็นทีม พื้นฐานมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 87 การจัดการร้อยละ 81.7 และความสัมพันธ์ร้อยละ 89.8 ระดับสุขภาวะมีความสุขมากร้อยละ 82 ข้อมูลนำเสนอโครงการ นักเรียนยืนยันการพัฒนาจากกลุ่มเป็นทีม และจากข้อมูลสังเกตพฤติกรรม ของทีมในการนำเสนอพบภาวะผู้นำมีการสื่อสารระหว่างสมาชิกทีม ถึงเป้าหมายร่วมกัน แม้ว่าจะไม่ปรากฏผล สัมฤทธิ์ของโครงการใดเลย มีข้อมูลในรายงานที่จะติดตามต่อเนื่องกับโรงเรียนต่อไป รูปแบบการเรียนการสอนนี้สะท้อน Teaching wellness จากข้อมูลปฐมนิเทศที่ออกแบบให้เลี่ยงหน่วยงาน คลินิกช่วงโรคระบาด อีกทั้งคำนึงถึงสมดุลของกาย ความคิดและอารมณ์จากการประเมินแบบ Formative ที่ดูความสัมพันธ์ระหว่างการทำกิจกรรมกับสุขภาวะทางจิตในการประเมินประสิทธิผล สรุปการศึกษานี้มีข้อเสนอแนะโดยเพิ่มการคิดเชิงระบบในการออกแบบ IPE  คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการเรียนรู้ มีจุดเน้นองค์ประกอบด้านจิตใจและทักษะการเข้าใจวิชาชีพอื่น ผ่านการเคารพผู้อื่นด้วยการรับฟัง รวมถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ ML ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อเสริมการแปลผลด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลของรูปแบบการเรียนการสอน IPE ว่าดีขึ้น

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Stretton, P. (2022). Quantum Safety: The New Approach to Risk Management for the Complex Workplace. New York: Routledge.

Rouse, W. B. (2023). Bigger Pictures for Innovation: Creating Solutions, Managing Enterprises, and Influencing Policies. New York: Routledge.

Weiss, D. (2018). Facilitating a Collaborative Culture. In Weiss, D., Tilin, F. and Morgan, M. (Ed), The Interprofessional Health Care Team (2nd ed., pp. 321-353). MA: Jones & Bartlett Learning.

Noureddine, N., Hagge, D. K., and Ofstad, W. (2022). Interprofessional Education Toolkit. Practical Strategies for Program Design, Implementation, and Assessment. CA: Plural Publishing, Inc.

Edmonson, A.C. (2019). The Fearless Organization. Creating Psychological Safety in the Workplace for Learning, Innovation, and Growth. NJ: John Wiley & Sons, Inc.

Aldriwesh, M. G., Alyousif, S. M., and Alharbi, N. S. (2022). Undergraduate-level teaching and learning approaches for Interprofessional education in the health professions: a systematic review. BMC Medical Education, 22(13), 1-14. https://doi.org/10.1186/s12909-021-03073-0

AHRQ. (2023). TeamSTEPPS 2.0. Retrieved from https://www.ahrq.gov/ teamstepps/instructor/index.html

AHRQ. (2023). Pocket Guide: TeamSTEPPS. Team Strategies & Tools to Enhance Performance and Patient Safety. Retrieved from: https://www.ahrq.gov/sites/default/files/wysiwyg/teamstepps-program/teamstepps-pocket-guide.pdf

Lee, T. H. (2023). Healthcare’s Path Forward : How Ongoing Crises Are Creating New Standards for Excellence. USA: Press Ganey Associates, Inc.

Frydenberg, E., Deans, J., and Liang, R. (2023). Building Empathy in Children through Community Connections: A Guide for Early Years Educators. London and New York: Routledge.

Dekker, S. (2017). Just Culture. Restoring Trust and Accountability in Your Organization. USA: CRC Press.

Plack, M. M., Goldman, E. F., Scott, A. R., and Brundage, S. B. (2019). Systems Thinking in the Healthcare Professions: A Guide for Educators and Clinicians. USA: The George Washington University.

Young, I. (2015). Practical Empathy. For Collaboration and Creativity in Your Work. New York: Rosenfeld Media.

De Bono Group. (2023). Six Thinking Hats. Retrieved from https://www.debonogroup.com/services/core-programs/six-thinking-hats/

Safai, Y. (2022). Cognitive Dissonance: What to Know. Retrieved from https://www.medicalnewstoday.com/ articles/326738

Verint Team. (2013). Employee Engagement Survey: The Gallup Q12. Retrieved from https://www.verint.com/blog/employee-engagement-survey-the-gallup-q12/

Rivas, P. (2020). Learning to Unlearn. Transforming Higher Education. New York: LID publishing.

Phillips, J. M., and Stalter, A. M. (2016). Integrating Systems Thinking Into Nursing Education. The Journal of Continuing Education in Nursing, 47(9), 395-397. https://doi.org/10.3928/00220124-20160817-05

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

ตันติวิทยาทันต์ ก., ธนากรกุล ว., คังคะโน น., ชุมพล ว., เชาว์จินดารัตน์ ธ., & สมภพโภคาเศรษฐ์ พ. (2026). การศึกษารูปแบบการเรียนรู้ระหว่างวิชาชีพในนักเรียนมัธยมศึกษาที่มาดูงานศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก . วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 18(1, January-June). สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swurd/article/view/271822