เปรียบเทียบทรรศนะการปกครองในคัมภีร์เต๋า เต๋อ จิง กับคัมภีร์พระไตรปิฎก
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์เรื่อง เปรียบเทียบทรรศนะการปกครองในคัมภีร์เต๋า เต๋อ จิง กับคัมภีร์พระไตรปิฎก มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาทรรศนะการปกครองในคัมภีร์เต๋า เต๋อ จิง 2) เพื่อศึกษาทรรศนะการปกครองในคัมภีร์พระไตรปิฎก และ 3) เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบทรรศนะการปกครองในคัมภีร์เต๋า เต๋อ จิง กับคัมภีร์พระไตรปิฎก ผลการวิจัยพบว่า 1. ทรรศนะการปกครองในคัมภีร์เต๋า เต๋อ จิง สภาพทางการเมืองจีนช่วงของเล่าจื้อมีถึง 800 รัฐ มีสภาพของการทำสงครามแย่งชิงดินแดน ภาพของสังคมมีการแบ่งชนชั้นทางสังคมแบบง่ายๆ คือ สังคมชั้นต่ำและสังคมชั้นสูง คนกลัวสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ เล่าจื้อ มองรัฐในแง่วิวัฒนาการ เป็นเรื่องของผลประโยชน์ รัฐก็เปรียบเหมือนกับครอบครัวขนาดใหญ่ ผู้ปกครองเป็นผู้ที่ต้องการเข้าไปจัดการแก้ไขปรับปรุงให้เกิดความถูกต้องดีงาม โดยการจัดการแก้ไขปรับปรุงนี้เริ่มต้นที่ตนเองก่อน ผู้ปกครองทรงคุณธรรมปกครองโดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวอะไรในราษฎรมากเกินไป ประชาราษฎรในฐานะเป็นผู้ใต้ปกครองที่ต้องเป็นคนดีมีศีลธรรมตั้งยึดมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมา มีความกตัญญู เน้นคุณธรรมมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกครอง ใช้หลักคุณธรรมนำหน้ากฎหมาย เมื่อมนุษย์มีความซื่อสัตย์สุจริต กฎหมายศีลธรรมต่างๆ จึงเป็นเพียงตัวบทอักษรเท่านั้น 2. ทรรศนะการปกครองในคัมภีร์พระไตรปิฎก สภาพทางการเมืองภารตะช่วงพุทธกาลมีเพียง ๒๑ รัฐ มี สภาพของการทำสงครามแย่งชิงดินแดน ภาพของสังคมมีการแบ่งชนชั้นทางสังคมออกเป็น ๔ ชั้น คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทร คนกลัวสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ พระพุทธเจ้า มองรัฐในแง่ของวิวัฒนาการ เป็นเรื่อง ของศีลธรรม รัฐเป็นองค์กรหรือตัวกลาง ผู้ปกครองเป็นผู้ที่ต้องเข้าไปจัดแจงสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคม ผู้ปกครองจะต้องทรงคุณธรรมเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้กับราษฎร ประชาราษฎรในฐานะเป็นกระดูกสันหลังของ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎก ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
นายชลธี ยังตรง. “ความคิดทางการเมืองของพุทธทาสภิกขุ”. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการปกครอง. บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2533.