กลยุทธ์การป้องการทุจริต/คอร์รัปชั่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น :กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่อง กลยุทธ์การป้องกันการทุจริต/คอร์รัปชั่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น :กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 เป็นการศึกษาเชิงปริมาณร่วมกับการการศึกษาเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การป้องกันการทุจริต/คอร์รัปชั่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และเพื่อศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคของกลยุทธ์การป้องกันทุจริต/คอร์รัปชั่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และเพื่อศึกษาประสิทธิผลของกลยุทธ์การป้องกันทุจริต/คอร์รัปชั่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ แบบสอบถามจำนวน 400 ชุด การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ , ค่าเฉลี่ย (Mean) , ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard deviation), T- test , F - test ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการสัมภาษณ์เจาะลึกจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 15 คน
ผลจากการศึกษาสรุปได้ว่า 1) กลยุทธ์การป้องกันการทุจริต/คอร์รัปชันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ประกอบด้วยด้านต่าง ๆ คือ ด้านโครงสร้างนิยม ด้านหน้าที่นิยม ด้านสถาบันนิยม ด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริต/คอร์รัปชั่น และด้านการส่งเสริมภาคประชาสังคมในการป้องกันและปราบปรามทุจริต/คอร์รัปชั่น ทั้ง 5 ด้านนี้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับความคิดเห็นมากส่วนด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง และด้านศีลธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับความคิดเห็นปานกลาง 2) ปัญหาและอุปสรรคของกลยุทธ์การป้องกันทุจริต/คอร์รัปชันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ได้แก่ ขาดการสร้างค่านิยมให้แก่เด็ก เยาวชนรุ่นใหม่ ในการป้องกันการทุจริต ขาดความยุติธรรมในสังคม มีการเลือกปฏิบัติ มีการแบ่งชนชั้น การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐไม่เท่าเทียมกัน การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด การไม่เข้าใจอำนาจและหน้าที่ของตนเองของผู้บริหารราชการตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติ และ 3) ประสิทธิผลของกลยุทธ์การป้องกันทุจริต/คอร์รัปชันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : กรณีศึกษา กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 แยกเป็นด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1. ด้านศิลธรรม คือ การพูดความจริง มีการปกครองและการบริหารที่ดี มีลักษณะของความเป็นผู้นำที่ดี 2. ด้านโครงสร้างนิยม คือ การมีระบบการตรวจสอบ การควบคุมการทุจริต/คอร์รัปชันที่เข้มแข็ง 3. ด้านหน้าที่นิยม คือ การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันการเมืองและภาคประชาสังคม 4. ด้านสถาบันนิยม คือ การแยกบทบาทของฝ่ายบริหารกับฝ่ายตุลาการออกจากกันเพื่อให้มีระบบตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร 5. ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเพื่อป้องกันการทุจริต/คอร์รัปชัน 6. ด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริต/คอร์รัปชัน คือ มีการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัด และ 7. ด้านการส่งเสริมภาคประชาสังคมในการป้องกันและปราบปรามทุจริต/คอร์รัปชัน คือ การส่งเสริมบทบาทและเพิ่มอำนาจให้แก่ภาคประชาชนในการต่อสู้กับการทุจริต/คอร์รัปชัน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ .2547. กลเม็ดเด็ดปีกคอร์รัปชั่น.กรุงเทพมหานคร ชัคเซสมีเดีย.
ชำนาญ ปริบาล.2546. ปัญหาในการดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ทุจริต : ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542. กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ชินนะพงษ์ บำรุงทรัพย์ และคณะ. 2546 . รายงานการวิจัยเรื่อง การคอร์รัปชั่นในการซื้อขายตำแหน่ง ในระบบราชการ. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.
ท. เทิดธรรม. 2545. คอร์รัปชั่น รูปแบบ ปัญหา กลยุทธ์ในการแก้ไข (สะท้อนความจริงในระบบราชการและสังคมไทย). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เมฆขาว.
ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์. 2549. นักการเมืองไทย : จริยธรรม ผลประโยชน์ทับซ้อน การคอร์รัปชั่น สภาพปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สายธาร.
นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ.2544. คอร์รัปชั่นในวงราชการ : กรณีศึกษาและยุทธศาสตร์การต่อต้านคอร์รัปชั่นในเชิงเศรษฐศาสตร์. ในคอร์รัปชั่นในประเทศไทย : รายงานการวิจัย.กรุงเทพฯ : สำนักงาน ก.พ.
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. 2525. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญพัฒน์.
พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว และคณะ. 2539. รายงานผลการวิจัยเรื่ององค์ความรู้ว่าด้วยทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการไทย.