ความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือประชาชนในเขตเทศบาลเมืองปทุมธานี จำนวน 390 คนโดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ด้วยการสุ่มตัวอย่างในแต่ละระดับชั้นหรือในแต่ละชุมชนเป็นสัดส่วนจากนั้นจึงใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ใน การเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าความถี่, ค่าร้อยละ, ค่าเฉลี่ย (x ̅), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD), และสถิติเชิงอ้างอิงที่ใช้ทดสอบสมมติฐานการวิจัยจำแนกตามลักษณะตัวแปร โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือการทดสอบค่า (t-test) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปรอิสระที่มี 2 กลุ่มและใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปรอิสระที่มี 3 กลุ่มขึ้นไป โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก เมื่อพิจารณาในรายละเอียดสรุปได้ว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อผลการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี ในด้านหลักนิติธรรม อยู่ในระดับดีมากที่สุดโดยมีความคิดเห็นเป็นอันดับแรก รองลงมาคือด้านหลักความรับผิดชอบ อยู่ในระดับดีมาก ด้านหลักคุณธรรมอยู่ในระดับดีมาก ด้านหลักความโปร่งใสอยู่ในระดับดีมาก ด้านหลักความคุ้มค่าอยู่ในระดับดีมาก ตามลำดับ และด้านหลักการมีส่วนร่วม อยู่ในระดับดีมาก แต่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้าย ผลการทดสอบสมมติฐานเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี จำแนกตามลักษณะส่วนบุคคลพบว่า ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษาและอาชีพต่างกันมีความคิดเห็นต่อผลการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลเมืองปทุมธานี แตกต่างกัน จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Civil Service Development Institute. (2003). The Countcil of state administration based on good governance.
DujhataiKhruthdecha. (2007). Public opinion towards of the administration based on good governance at the Huaykapi city, Muang district, Chonburi Province. Special Problems Master of Public Administration Program in Local Government, Graduate Schoolof Public Administration, Burapha University.
Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., &Berry, L. L. (1985).A Conceptual Model of Service. Illinois: Down Jones-Irwin Business.
PathumThani Municipality. (2015). Development Plan of PathumThani Municipality, Muang district, PathumThani Province.
PhongsathienLeuang-alongkot. (2011). The administration based on good governance at theSai-Khow Municipality, Soidow district, Chanthaburi Province.
Longnecker, J. G., &Pringle, c. D. (1981).Management (5lhcd.). New York: Bell &Howell.
Stoner, J. A. F., &Freeman, R. E. (1981).Management, (d ' cd.). New York: Prentice-Hall.
Wiener, N. (1954). The Human Use of Human Beings: Cybernetics and Society. New York: Doubleday Anchor.
Yamane, T. (1973).Statistic: An Introductory Analysis (3rded.). New York: Harper and Row.