การพัฒนาชุมชนด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนา : ศึกษาเฉพาะกรณีองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดปทุมธานี

Main Article Content

พนัด ด้วงติลี

บทคัดย่อ

รายงานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการพัฒนาชุมชนในปัจจุบันขององค์การบริหารส่วนตำบล 2) เพื่อศึกษาการพัฒนาชุมชนด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนาขององค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดปทุมธานี 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการพัฒนาชุมชนด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนาขององค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดปทุมธานี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ มี 2 กุล่ม คือ กลุ่มที่ 1 ได้แก่ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตของจังหวัดปทุมธานี จำนวน 992 คน โดยวิธีการเปิดตารางสำเร็จของเครจซี่ และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการจับฉลาก ได้จำนวนประชากรตัวอย่างทั้งสิ้น 278 คน และใช้วิธีการสุ่มแบบอย่างง่าย ในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มที่ 2 ได้แก่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตของจังหวัดปทุมธานี จำนวน 5 คน สถิติที่ใช้คือ สถิติบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ การหาค่าสหสัมพันธ์เพียร์สันแล้วนำมาวิเคราะห์และประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกองค์การบริหารส่วนในจังหวัดปทุมธานีมีความคิดเห็นต่อการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดปทุมธานี โดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับปานกลาง ด้านการติดตามประเมินผล อยู่ในระดับมาก รองลงมา ได้แก่ ด้านการวางแผน/โครงการ อยู่ในระดับปานกลาง ด้านการดําเนินงานตามแผนและโครงการ อยู่ในระดับปานกลาง ด้านการให้การศึกษาแก่ชุมชน อยู่ในระดับปานกลาง และน้อยที่สุด คือด้านการศึกษาชุมชน อยู่ในระดับปานกลาง ตามลำดับ มีความคิดเห็นต่อการนำหลักหลักธรรมทางพุทธศาสนา คือ ฆราวาสธรรมไปใช้ในการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยรวมทุกด้าน อยู่ในระดับครั้งเว้นครั้ง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ด้านสัจจะ รองลงมา ได้แก่ ด้านขันติ และด้านจาคะ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ ด้านทมะ ตามลำดับ ส่วนผลการเปรียบเทียบ พบว่า ภาพรวมตัวแปรพยากรณ์ทุกตัวมีความสัมพันธ์ กับตัวแปรการนำหลักฆราวาสธรรมไปใช้ในการพัฒนาชุมชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และแนวทางการนำหลักฆราวาสธรรมไปใช้ในการพัฒนาชุมชนของสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ 1) ด้านสัจจะ ได้แก่ สร้างจิตสำนึกในคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ 2) ด้านทมะ ได้แก่ พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้งานตามอำนาจหน้าที่ 3) ด้านขันติ ได้แก่ การใช้วิธีให้เพื่อนสมาชิกด้วยกันหรือบุคคลรอบข้างเข้าไปพูดคุย รับฟังความคิดเห็น และรับฟังปัญหาต่าง ๆ 4) ด้านจาคะ ได้แก่ การใช้วิธีการกระตุ้นให้สมาชิกฝึกปฏิบัติการให้ การเสียสละ การช่วยเหลือสังคม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ด้วงติลี พ. (2016). การพัฒนาชุมชนด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนา : ศึกษาเฉพาะกรณีองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดปทุมธานี. วารสาร สถาบันวิจัยญาณสังวร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 7(2), 197–205. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/yri/article/view/184890
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสหธรรมิก จำกัด, 2547.

พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). การปกครองคณะสงฆ์ไทย. กรุงเทพมหานคร : บริษัทสหธรรมิก จำกัด, 2539.

สำนักงานคณะกรรมการแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2554.

สำนักงานจังหวัดปทุมธานี. แผนพัฒนาจังหวัด จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2553-2556. ปทุมธานี : สำนักงานจังหวัดปทุมธานี, 2553. http://www.thairath.co.th