การเพิ่มขีดความสามารถในการแสดงธรรมและการนำปฏิบัติธรรมของพระจริยานิเทศก์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพขีดความสามารถในการแสดงธรรมและนำการปฏิบัติธรรมของพระจริยานิเทศก์ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแสดงธรรมและนำการปฏิบัติธรรมของพระจริยานิเทศก์ 3) เพื่อกำหนดรูปแบบและรวบรวมข้อเสนอแนะการเพิ่มขีดความสามารถในการแสดงธรรมและการนำปฏิบัติธรรมของพระจริยานิเทศก์ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ มี 2 กลุ่ม คือ 1) พระจริยานิเทศก์ทั้งหมด จำนวน 151 รูป 2) บุคคลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของพระจริยานิเทศก์ จำนวน 30 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันนำเสนอในรูปแบบตารางประกอบการบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพขีดความสามารถในการแสดงธรรมและนำการปฏิบัติธรรมของพระจริยานิเทศก์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก รายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน 2) ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแสดงธรรมและนำการปฏิบัติธรรมโดยรวมอยู่ในระดับมาก รายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน3) ผลการทดสอบสมมติฐานความสัมพันธ์ของปัจจัยกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแสดงธรรมและนำการปฏิบัติธรรมของพระจริยานิเทศก์มีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) รูปแบบการเพิ่มขีดความสามารถพระจริยานิเทศก์ควรพัฒนาสมรรถนะตนเองโดยเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และ 5) ข้อเสนอแนะในการเพิ่มขีดความสามารถ คือ ควรมีการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับการปฏิบัติงาน และเพิ่มสมรรถนะพระจริยานิเทศก์ให้มีความเชี่ยวชาญการเผยแผ่ยิ่งขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ปราณสุวีร์ อาวอร่ามรัศมิ์. (2552). บทบาทและหน้าที่ของพระจริยานิเทศก์. กรุงเทพฯ : กองพุทธสารนิเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
สมพงษ์ เกษมสิน. (2541). การบริหาร. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.
สุกัญญา รัศมีธรรมโชติ. (2549). แนวทางการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วย Competency Based Learning.พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด (มหาชน).
บุญศรี พานะจิตต์. (2550). เอกสารประกอบการบรรยายงานประชุมพระสังฆาธิการ. นครปฐม :สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.