รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข”

Main Article Content

ขณิษฐ์ฐา พลายเพ็ชร์

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์ 1. เพื่อศึกษาความต้องการจําเป็นของครูในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2. เพื่อสร้างและตรวจสอบคุณภาพ 3. เพื่อทดลองใช้รูปแบบ 4. เพื่อประเมินผลการใช้และการปรับปรุงรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อพัฒนาคุณภาผู้เรียน โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การวิจัยนี้ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การศึกษาความต้องการจำเป็น การสร้างและตรวจสอบรูปแบบ การทดลองใช้ และการประเมินผล กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข” ปีการศึกษา 2567 จำนวน 54 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามและแบบประเมิน สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ความต้องการจำเป็นที่ควรได้รับการแก้ไขเร่งด่วนที่สุด คือ การใช้และพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ 2. ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบอยู่ในระดับมาก โดยรูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ การสร้างความรู้และความเข้าใจ กระบวนการขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และการวัดและประเมินผล 3. ระดับการปฏิบัติตามรูปแบบอยู่ในระดับมาก และ 4. สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูหลังจาก   ที่ได้ปฏิบัติตามรูปแบบ อยู่ในระดับมาก และความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พลายเพ็ชร์ ข. (2026). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข”. วารสาร สถาบันวิจัยญาณสังวร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 17(1), 1–12. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/yri/article/view/290270
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. สืบค้นจาก https://www.moe.go.th/360policy-and-focus-moe-2023/

กลุ่มงานงบประมาณและแผนงาน โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข”. (2566). รายงานผลการประเมินตนเอง ประจำปีการศึกษา 2565 โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข”. สุพรรณบุรี: โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข”.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). แผนยุทธศาสตร์สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (พ.ศ. 2559–2564). กรุงเทพมหานคร: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). รายงานการศึกษากระบวนการและผลการพัฒนา หลักสูตรฐานสมรรถนะ. กรุงเทพมหานคร: สกศ.

สุพรรณิการ์ ชนะนิล และธีรชัย เนตรถนอมศักดิ์. (2565). PLC ดีจริงหรือกับการพัฒนาการศึกษาไทย.วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 14(1), 68-81.

สิทธิพร หาญลำพัง, ยุภาพร ยุภาศ และเสาวลักษณ์ โกศลกิตติอัมพร. (2566).

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะของครูผู้สอนในสถานศึกษา อำเภอห้วยเม็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 2 จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ,3(4), 309-322.

Baisden, T. (2022). President's Column (November 2023). New Zealand Science Review,78(1-4), 1-2.

Carr, J. (2024). PLCs: A Recipe for Success? The Impact of Professional Learning Communities on Teacher Practice and Teacher Retention. (Education Doctoral). St. John Fisher University, New York.

DuFour, R. (2004). What is a "professional learning community"?. Educational Leadership, 61(8), 6-11.

Hord, S. M. (1997). Professional Learning Communities: Communities of Continuous Inquiry and Improvement. Austin, TX: Southwest Educational Development Laboratory.

Joyce, B., & Weil, M. (1996). Models of Teaching (5th ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "intelligence.". American Psychologist, 28(1), 1-14.

Senge, P. (1990). Peter Senge and the learning organization. Dimension, 14, 1-13.

Vangrieken, K., Dochy, F., Raes, E., & Kyndt, E. (2015). Teacher collaboration: A systematic review. Educational Research Review, 15, 17-40.