การปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ กรณีศึกษาศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ กรณีศึกษาศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยา 2. เปรียบเทียบการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยากับมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ และ3) พัฒนาแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบายในการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์ เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 23 ราย ผลการศึกษาพบว่า สภาพปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เกิดจากข้อจำกัดด้านบุคลากร งบประมาณ และทรัพยากร ส่งผลให้การดูแลเด็กและเยาวชนไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่บางส่วนยังขาดองค์ความรู้เฉพาะทางด้านจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและหลักสิทธิเด็ก และปัจจัยเสี่ยงจากความยากจน ความรุนแรงในครอบครัว อิทธิพลของกลุ่มเพื่อน ส่งผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการฟื้นฟูและเพิ่มความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ และเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ พบว่าศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพระนครศรีอยุธยามีการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในหลายด้าน นอกจากนี้ข้อจำกัดด้านโครงสร้างและทรัพยากร โดยเฉพาะการดูแลแบบรายบุคคลและการจัดสภาพแวดล้อมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติอย่างสมบูรณ์ ข้อเสนอเชิงนโยบายในการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทาผิดคดียาเสพติด ควรพัฒนาศักยภาพบุคลากรอยางต่อเนื่อง เน้นองค์ความรู้ด้านสิทธิเด็ก จิตวิทยา และการฟื้นฟูแบบสหวิชาชีพ พร้อมปรับทัศนคติให้ยึดหลักการคุ้มครองและพัฒนาเด็กมากกวาการลงโทษ พร้อมทั้งเพิ่มทรัพยากร ปรับกฎระเบียบให้ยืดหยุ่น เคารพศักดิ์ศรีเด็ก และบูรณาการครอบครัว–ชุมชน รวมถึงระบบติดตามหลังปล่อยเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน. (2567). ข้อมูลและสถิติกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2566). แผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2566–2569. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการยุติธรรม.
ภูฟ้าเรสท์โฮม ศูนย์บำบัดยาเสพติดเอกชน. (2565). ปัญหายาเสพติดในวัยรุ่นที่เกิดขึ้นในไทยกับ ความจริงที่ต้องแก้ไข. สืบค้นจาก
https://www.phufaresthome.com/blog/drug- issue-in-thai-teenager/#accepted-privacy-policy
สวพ.FM91. (2569). ยาเสพติด เข้าถึงเยาวชนไทยง่ายกว่าที่คิด สสส. ชี้คดีเสพสูง 77.44%. สืบค้น จาก https://www.fm91bkk.com/newsarticle/67678
อมร หวังอัครางกูร และ อุดม รัฐอมฤติ. (2564). การแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดในคดียาเสพติด : รูปแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของต่างประเทศกับการ
ประยุกต์ใช้ในประเทศไทย.วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 13(2), 63–90.
Baglivio, M. T., Jackowski, K., Greenwald, M. A., & Howell, J. C. (2022). Treatment of juvenile offenders: Toward multisystemic risk-need-
responsivity approaches. In Serin, R. (Ed.), Encyclopedia of Offender Assessment and Treatment (pp. 771–789). Springer.
https://doi.org/10.1007/978-3-030-77565-0_26
Nellis, A., & Brown, D. (2024). Still cruel and unusual: Extreme sentences for youth and emerging adults. Washington, DC: The Sentencing
Project.
Sutherland, E. H. (1947). Principles of criminology (4th ed.). Philadelphia: J.B. Lippincott.
ThaiPBS. (2026). "ครอง 5 ปีซ้อน" ผู้เสพยาฯ หน้าใหม่ "กลุ่มวัยใส" เด็ก-เยาวชน 13-15 ปี.Retrieved from https://www.thaipbs.or.th/news/content/506461
United Nations International Children's Emergency Fund [UNICEF]. (2021). Estimating the number of children deprived of liberty in the
administration of justice. New York: Author.