เอกสารสำหรับการเตรียมบทความ

       คำแนะนำในการเตรียมบทความ Th l Eng
       Template บทความวิจัย Th l Eng
       Template บทความวิชาการ Th l Eng

เอกสารแนบเพิ่มเติม

       แบบฟอร์มส่งบทความ Th l Eng
       หนังสือส่งบทความ (กรณีผู้นิพนธ์มากกว่า 1 คน) Th l Eng

--------------------------------------------------------------------------

การรับพิจารณาบทความ
ประเภทของบทความ
       
บทความวิจัย (Research article) :  ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ หน่วยงานที่สังกัด อีเมล์ผู้ประสานงานหลัก บทคัดย่อ คำสำคัญ บทนำ วัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) การสนับสนุนทุนวิจัย (ถ้ามี) บทบาทและความรับผิดชอบของผู้เขียน คำแถลงเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน คำแถลงการเปิดเผยข้อมูลการวิจัย (ถ้ามี) คำแถลงการประกาศใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเอกสารอ้างอิง ความยาวของต้นฉบับควรอยู่ที่ 10-15 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง)
       บทความวิชาการ (Academic article) :  ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ หน่วยงานที่สังกัด อีเมล์ผู้ประสานงานหลัก บทคัดย่อ คำสำคัญ บทนำ (รวมถึงวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของบทความ) เนื้อหาหลัก (จัดหมวดหมู่ตามหัวข้อที่เหมาะสม) บทสรุป (รวมข้อเสนอแนะ) กิตติกรรมประกาศ (ถ้ามี) การสนับสนุนทุน (ถ้ามี) บทบาทและความรับผิดชอบของผู้เขียน     คำแถลงเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน คำแถลงการเปิดเผยข้อมูลการวิจัย (ถ้ามี) คำแถลงการประกาศใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเอกสารอ้างอิง ความยาวของต้นฉบับควรอยู่ที่ 10-15 หน้า (รวมเอกสารอ้างอิง)

รูปแบบการส่งบทความ
       ต้นฉบับบทความจะต้องจัดทำด้วยโปรแกรม Microsoft Word 2003 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า โดยใช้กระดาษขนาด A4 แนวตั้ง และจัดวางรูปแบบข้อความแบบกระจายแบบไทย บทความภาษาอังกฤษกำหนดให้ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK  ภาษาอังกฤษให้ใช้ Times New Roman ทั้งบทความ สำหรับสมการทางคณิตศาสตร์และสัญลักษณ์พิเศษ ควรแทรกโดยใช้เครื่องมือ Equation Editor หรือ Microsoft Equation โดยสัญลักษณ์ควรจัดรูปแบบด้วยฟอนต์ Symbol ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ขนาดฟอนต์ของสมการและสัญลักษณ์จะต้องมีความสม่ำเสมอและสอดคล้องกับข้อความโดยรอบ รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดรูปบบเพิ่มเติมให้เป็นไปตามคำแนะนำในการเตรียมบทความ

องค์ประกอบของบทความ : ต้นฉบับบทความควรจัดเรียงหัวข้อ ดังนี้
ชื่อเรื่อง (Title) ต้องจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยจัดวางไว้กึ่งกลางหน้ากระดาษ ชื่อเรื่องควรกระชับ ได้ใจความ และสะท้อนถึงขอบเขตและเนื้อหาของบทความอย่างถูกต้อง
ชื่อผู้นิพนธ์ (Authors) ระบุชื่อและนามสกุลของผู้นิพนธ์ทุกคนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ตำแหน่งทางวิชาการ หรือตำแหน่งงาน ให้ใส่เครื่องหมายดอกจัน () ไว้หลังนามสกุลของผู้ประสานงานหลัก (Corresponding Author)
หน่วยงานต้นสังกัด (Affiliations) ระบุหน่วยงานต้นสังกัดและที่อยู่สำหรับติดต่อทางไปรษณีย์อย่างสมบูรณ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รายละเอียดควรประกอบด้วย ภาควิชา/สาขาวิชา คณะหรือสถาบัน หน่วยงาน/องค์กรอำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์ และประเทศ
อีเมลของผู้ประสานงานหลัก (Corresponding Author’s E-mail) ระบุเฉพาะอีเมลของผู้นิพนธ์ผู้ประสานงานหลักเท่านั้น
บทคัดย่อ (Abstract) ต้องจัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 300 คำ โดยเนื้อหาของบทคัดย่อให้สอดคล้องกับประเภทของบทความ ดังนี้
         บทความวิจัย ประกอบด้วย บทนำ วัตถุประสงค์ วิธีการ ผล สรุปผล และข้อเสนอแนะโดยสังเขป
         บทความวิชาการ ประกอบด้วย บทนำ เนื้อหา และสรุป
คำสำคัญ (Keywords) ระบุคำสำคัญจำนวน 3–5 คำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คำสำคัญควรสะท้อนถึงหัวข้อหลักของบทความอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการจัดทำดรรชนีและการสืบค้น
เนื้อหาบทความ (Main Text) ลำดับองค์ประกอบของเนื้อหาบทความแตกต่างกันตามประเภทของบทความ ดังนี้
         บทความวิจัย ประกอบด้วย
               บทนำ (Introduction) นำเสนอที่มา ปัญหา แนวคิดหรือความจำเป็นของการวิจัย มีการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์ของการวิจัย เสนอแนวทางที่จะแก้ปัญหาผลดีหรือผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หรือประโยชน์จากการดำเนินการชัดเจน วัดได้ สอดคล้องกับเรื่องที่ดำเนินการ
               วัตถุประสงค์ (Objectives) มีความชัดเจน วัดได้ สอดคล้องกับเรื่องที่ดำเนินการ
               วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) ให้อธิบายวิธีการดำเนินการวิจัยตามระเบียบวิธีวิจัย เป็นไปตามลำดับชัดเจนเพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัย
               ผลการวิจัย (Results) เสนอผลการวิจัยตามลำดับ เข้าใจง่าย สอดคล้องกับวิธีดำเนินการวิจัย อาจมีตารางหรือภาพประกอบการบรรยายผล
               อภิปรายผลการวิจัย (Discussion) เสนอการค้นพบที่สำคัญของงานวิจัยให้เหตุผลบนพื้นฐานของหลักการและทฤษฎี รวมทั้งเชื่อมโยงผลกับงานวิจัยอื่น เพื่อเปรียบเทียบกับผลงานวิจัยอื่น หากมีประเด็นวิจัยเพิ่มเติมให้ใส่ไว้ในส่วนนี้
               สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusions and Suggestions) ให้เขียนบรรยายหรือสรุปโดยย่อแบบความเรียงถึงประเด็นที่สำคัญ และให้ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือนโยบาย
         บทความวิชาการ ประกอบด้วย
               บทนำ (Introduction) ส่วนนำจะเขียนจูงใจให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในเรื่องนั้น ๆ อาจใช้ภาษาที่กระตุ้น จูงใจ หรือยกปัญหาที่กำลังเป็นที่สนใจขณะนั้นขึ้นมาอภิปราย โดยในส่วนบทนำควรประกอบด้วย (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ (3) ขอบเขตของเรื่อง
              เนื้อหาหลัก (Content) มีการเรียบเรียงเนื้อหาตามหัวข้อย่อยหรือประเด็นที่กำหนด โดยนำเสนอแนวคิด การวิเคราะห์ และข้อเสนอเชิงวิชาการของผู้นิพนธ์อย่างมีเหตุผล และจัดหมวดหมู่เนื้อหาตามหัวข้อที่เหมาะสม
               บทสรุป (Conclusion) มีการสรุปที่กระชับและสอดคล้องกับเนื้อหาทั้งหมด
กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgments) ระบุการแสดงความขอบคุณต่อบุคคล องค์กร สถาบัน หรือหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการหรือเทคนิค การสนับสนุนด้านการบริหาร หรือการสนับสนุนอื่น ๆ ในการศึกษา แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติเข้าข่ายการเป็นผู้นิพนธ์บทความ
การสนับสนุนทุน (Funding Statement) ระบุแหล่งทุนหรือการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมดที่ได้รับสำหรับการจัดทำบทความ รวมทั้งชื่อหน่วยงานที่ให้ทุน เลขที่สัญญาหรือรหัสทุน (ถ้ามี) และแหล่งสนับสนุนทางการเงินอื่น ๆ หากไม่ได้รับทุนหรือการสนับสนุนทางการเงิน ให้ระบุไว้อย่างชัดเจน
บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์ (Author Contributions) อธิบายบทบาทและความรับผิดชอบของ ผู้นิพนธ์แต่ละคนตามระบบจำแนกบทบาทผู้มีส่วนร่วม CRediT (Contributor Roles Taxonomy) โดยระบุเฉพาะบทบาท  ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและการจัดทำบทความ
คำแถลงเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest Statement) ผู้นิพนธ์ต้องแจ้งให้ทราบหากมีความสัมพันธ์ด้านการเงิน วิชาชีพ สถาบัน หรือส่วนบุคคลที่อาจมีอิทธิพลต่อการวิจัยและการตีความผลการวิจัย หากไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ให้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ผู้นิพนธ์ขอประกาศว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน”
คำแถลงการเปิดเผยข้อมูลการวิจัย (Data Availability Statement) อธิบายถึงการเข้าถึงข้อมูลที่สนับสนุนผลการศึกษา รวมถึงแหล่งที่สามารถเข้าถึงข้อมูล เงื่อนไขในการเข้าถึง หรือเหตุผลที่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะได้
คำแถลงการประกาศใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Use Declaration) ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการสร้างสรรค์ (Generative AI) หรือเทคโนโลยีช่วยประมวลผล AI ในระหว่างการจัดทำบทความ โดยระบุเครื่องมือ AI ที่ใช้และอธิบายวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เช่น การร่างเนื้อหา การตรวจแก้ไขภาษา การแปลภาษา การจัดระบบข้อมูล หรือการปรับปรุงความสละสลวยของการอ่าน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่สร้างโดย AI ทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบ ยืนยัน และแก้ไขโดยผู้นิพนธ์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเต็มที่ต่อความถูกต้อง ความเป็นต้นฉบับ ความสมบูรณ์ และความถูกต้องตามจริยธรรมของบทความฉบับสมบูรณ์
เอกสารอ้างอิง (References) การเขียนเอกสารอ้างอิงต้องเป็นไปตามรูปแบบ APA 7th (JYRU Style) จำนวนรายการอ้างอิงไม่เกิน 25 รายการ โดยอ้างอิงภาษาไทยจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ผู้นิพนธ์ควรใช้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทางวิชาการที่ตีพิมพ์ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีเป็นหลัก ยกเว้นทฤษฎีดั้งเดิม กฎหมาย ข้อบังคับ หรือสูตรมาตรฐาน ทั้งนี้ ควรจำกัดการอ้างอิงจากเว็บไซต์ และเลือกใช้เฉพาะเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นทางการเท่านั้น

ชื่อย่อวารสาร
       ชื่อย่ออย่างเป็นทางการของวารสารคือ  J. YRU. ชื่อย่อนี้ต้องใช้ให้สอดคล้องกันในการอ้างอิง การจัดทำดัชนีฐานข้อมูล และรายการบรรณานุกรม

การเขียนเอกสารอ้างอิง
การอ้างอิงจากหนังสือ
Katsuwan, R. (2008). Policy implementation (2nd Ed.). Bophit Printing. (in Thai)

การอ้างอิงจากวารสาร
Sukjuntra, J. (2014).  Situation of food safety and consumer behavior toward salted fish in Yala
        province. YRU Journal of Science and Technology, 9(1), 85-98. (in Thai).

การอ้างอิงจากวิทยานิพนธ์
Daramae, F. (2014). Saponin contents of Tea Seed Cake Camellia oleifera Abel. and its biological
       activity on Blow Fly Chrysomya megacephala (Fabricius) (Diptera: Calliphoridae)
. Master’s
       Thesis. Prince of Songkla University. (in Thai)

การอ้างอิงจากเอกสารสืบเนื่องจากงานประชุมวิชาการ
Dakaheng, R., Kongnakon, W. & Laodee, P. (2012, December 6-7). The usage of protozoa for
       water quality monitoring in Lumpaya sub district, Muang district, Yala province.
       In The 12nd KU-KPS Conference, pp. 65-75. Kasetsart University. (in Thai)

การอ้างอิงจากเว็บไซต์
Karnthai, D. (2016, September 30). Brunei-Religion and Belief. Database of Southeast Asian
       Sociocultural Information. https://southeastasia.sac.or.th/subject.php?c_id=1&sj_id=93.
       (in Thai)

บุคลานุกรม
ชาวบ้าน ก (ผู้ให้สัมภาษณ์). วัรดา บินตุซัยด์ เส็มไข่ (ผู้สัมภาษณ์). ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 133 ถนนเทศบาล
       3 ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562.

หลักเกณฑ์การอ้างอิงในบทความ
หลักเกณฑ์การอ้างอิงในเนื้อหาให้ใช้ระบบนาม-ปี โดยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
นาม หมายถึง ชื่อผู้นิพนธ์ โดยการเขียนแบบภาษาอังกฤษจะให้ใส่นามสกุลเท่านั้น (Last Name)
ปี หมายถึง ค.ศ. ที่เอกสารได้รับการตีพิมพ์
เรื่องที่มีผู้นิพนธ์คนเดียว และในกรณีที่วงเล็บเฉพาะปีให้เขียนดังนี้
       Semkhai (2016) พบว่า…………………………………………………………...
กรณีที่ “ชื่อผู้นิพนธ์ และปี” อยู่ในวงเล็บ ให้เขียน ดังนี้
        ................................................................... (Clark, 2010)
เรื่องที่มีผู้นิพนธ์ 2 คน ให้เชื่อมด้วย “&” โดยให้เขียนดังนี้
       Wiwattana & Rawat (2016) แสดงให้เห็นว่า.....................................................
กรณีที่ “ชื่อผู้นิพนธ์ และปี” อยู่ในวงเล็บ ให้เขียน ดังนี้
        ................................................................................... (Bose & Rawat, 2016)
เรื่องที่มีผู้นิพนธ์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ให้เขียนนามสกุลเฉพาะคนแรกแล้วตามด้วย et al. (ตัวเอน) เช่น
       Smith et al. (1984) พบว่า........................................................................
กรณี “ชื่อผู้นิพนธ์ และปี” อยู่ในวงเล็บ ให้เขียนดังนี้
        ...............................................(Smith et al., 1984)
ผู้นิพนธ์หลายกลุ่มอ้างอิงในเนื้อหาเดียวกัน ให้คั่นแต่ละกลุ่มด้วยเครื่องหมายอัฒภาค (;) เช่น 
       .......................................(Smith et al., 1984; Paterson & Clarke, 1975)
การอ้างอิงที่ไม่ได้อ้างจากต้นฉบับแต่เป็นการอ้างอิงต่อ ให้ใช้คำว่า “as cited in” เช่น
       Smith (1984 as cited in Harrington, 1989) กล่าวว่า..........................................

ตาราง
       ชื่อตารางต้องกะทัดรัดเข้าใจง่ายและมีหมายเลขกำกับโดยเรียงหมายเลขตารางตามลำดับ โดยใส่ชื่อตารางบนหัวตาราง เริ่มที่ตารางที่ 1 ตารางที่ 2 ตารางที่ 3 ไปจนครบ ในกรณีที่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มา ให้เขียนชื่อผู้แต่งตามหลักการเดียวกับการเขียนอ้างแบบตามท้ายข้อความในเนื้อเรื่องด้วย ตามด้วยวงเล็บปีที่พิมพ์ 

ภาพประกอบ
       ภาพประกอบต้องเป็นภาพที่มีความคมชัดของรายละเอียดอย่างน้อยที่สุด 360 ppi (หากเป็นภาพที่เป็นลายเส้นจะต้องมีความละเอียดอย่างน้อยที่สุด 600 ppi) ความสูงของภาพต้องไม่น้อยกว่า 6 ซม. และต้องมีชื่อกะทัดรัดเข้าใจง่ายและมีหมายเลขกำกับโดยใส่ชื่อภาพประกอบไว้ที่ด้านล่างของภาพ และเรียงหมายเลขภาพประกอบ เช่น ภาพที่ 1 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3 ไปจนภาพสุดท้าย การอ้างถึงภาพประกอบในเนื้อหาต้องอ้างหมายเลขกำกับภาพประกอบด้วย การอ้างอิงแหล่งที่มาให้เขียนชื่อผู้แต่งตามหลักการเดียวกับการเขียนอ้างแบบตามท้ายข้อความในเนื้อเรื่องตามด้วยวงเล็บปีที่พิมพ์  

กรุณาอ่านคำชี้แจงก่อนส่งบทความ
ไฟล์บทความ
     - บทความวิจัย/บทความวิชาการ ในรูปแบบไฟล์ Word       1 ไฟล์
     - บทความวิจัย/บทความวิชาการ ในรูปแบบไฟล์ PDF         1 ไฟล์
ไฟล์อื่น ๆ
     - แบบฟอร์มส่งบทความเพื่อรับการพิจารณาลงตีพิมพ์ลงในวารสาร                    1 ฉบับ
     - หนังสือรับรองการส่งบทความ (สำหรับบทความที่มีผู้แต่งมากกว่า 1 ท่าน)     1 ฉบับ 


**หากส่งเอกสารประกอบไม่ครบถ้วน บทความจะไม่ได้รับการพิจารณาและจะถูกปฏิเสธทันที**

1. ก่อนเริ่มกระบวนการส่งบทความ กรุณาศึกษาคำแนะนำในการเตรียมบทความ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาบทความเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากบทความไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดจะถูกปฏิเสธทันที
2. กระบวนการพิจารณาและตีพิมพ์บทความโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 4–5 เดือน (16–20 สัปดาห์) นับตั้งแต่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นจนถึงการตอบรับตีพิมพ์เผยแพร่ ทั้งนี้ วารสารมหาวิทยาลับราชภัฏยะลาขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธคำขอให้เร่งรัดกระบวนการพิจารณา หรือขอลดระยะเวลาการตีพิมพ์ให้สั้นลง
3. กรณีที่บทความได้รับการแจ้งให้แก้ไข ผู้นิพนธ์จะต้องดำเนินการแก้ไขบทความและส่งฉบับแก้ไขกลับมายังเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้แก้ไข หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด บทความอาจถูกปฏิเสธการตีพิมพ์
4. ผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการ หากผู้นิพนธ์ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิหรือบรรณาธิการ ผู้เขียนสามารถชี้แจงเหตุผลต่อบรรณาธิการได้ อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุด
5. หากมีการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความ ผู้เขียนจะต้องเปิดเผยการใช้งานดังกล่าวต่อวารสาร หากตรวจพบว่ามีการใช้ AI ในบางส่วนของบทความโดยไม่มีการปรับแก้เนื้อหาอย่างเหมาะสมหรือไม่มีการเปิดเผยการใช้งานดังกล่าว แม้ว่าบทความนั้นจะได้รับการตอบรับ ตีพิมพ์ หรือเผยแพร่ไปแล้ว วารสารขอสงวนสิทธิ์ในการ ถอนบทความออกจากการตีพิมพ์ทันที

-----------------------------------------------------------------
หมายเหตุ : กระบวนการประเมินบทความใช้เวลาประมาณ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาอาจขึ้นอยู่กับ
การเตรียมต้นฉบับและการแก้ไขต้นฉบับของผู้นิพนธ์ด้วย

* นับตั้งแต่วันที่ส่งบทความให้ผู้ทรงคุณวุฒิดำเนินการประเมิน

-----------------------------------------------------------------