แนวทางการอนุรักษ์ฉัตรทางพระพุทธศาสนาในล้านนาเชิงสร้างสรรค์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องแนวทางการอนุรักษ์ฉัตรทางพระพุทธศาสนาในล้านนาเชิงสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเป็นมาและพัฒนาการของฉัตรในพระพุทธศาสนาตามบริบทล้านนา 2) วิเคราะห์สภาพปัญหาและแนวปฏิบัติในการอนุรักษ์ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลง และ 3) เสนอแนวทางการอนุรักษ์เชิงสร้างสรรค์ที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสารร่วมกับการลงพื้นที่สัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 25 รูป/คน ประกอบด้วย ช่างฝีมือ (สล่า) พระสังฆาธิการ และนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ
ผลการวิจัยพบว่า
1)ฉัตรในล้านนาเป็นสัญลักษณ์เชิงอำนาจและคติธรรมที่สะท้อนถึงศูนย์กลางจักรวาล มีพัฒนาการแบ่งเป็น 3 ยุค คือ ยุคโบราณที่เน้นวัสดุธรรมชาติ ยุคกลางที่ใช้โลหะฉลุลายประณีต และยุคร่วมสมัยที่ประยุกต์ใช้วัสดุอุตสาหกรรม
2)สภาพปัญหาสำคัญคือวิกฤตการขาดแคลนผู้สืบทอดภูมิปัญญา เนื่องจากช่างฝีมือรุ่นเก่าลดลงและเยาวชนขาดความสนใจ อีกทั้งมีการลดทอนคุณค่าจิตวิญญาณให้เป็นเพียงสินค้าเชิงพาณิชย์
3)แนวทางการอนุรักษ์เชิงสร้างสรรค์ที่ยั่งยืนควรดำเนินงานผ่านโมเดล 4 แกนหลัก ได้แก่ ด้านนโยบาย (การจดทะเบียนสล่า) ด้านเทคโนโลยี (ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล AR/VR) ด้านเศรษฐกิจ (การยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์) และด้านสังคม (การสร้างเครือข่ายความร่วมมือแบบไตรภาคี) ในรูปแบบ "มรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต" (Living Heritage) เพื่อรักษาอัตลักษณ์พุทธศิลป์ล้านนาให้คงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิทัล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
นรา พงษ์พานิช, กนกกาญจน์ เมืองแก้ว และจารึก อุปลา. (2563). การบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวจีนไหหลำ ณ บ้านเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 6(1), 1-15.
วิษนุนาท กตัญญูทวีทิพย์. (2537). การศึกษาแบบแผนการใช้ฉัตรในสมัยอยุธยา. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์. ภาควิชาโบราณคดี: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2561). พุทธศิลป์ไทยในบริบทอาเซียน. ศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. [ออนไลน์]. แหล่งข้อมูล https://cuir.car.chula.ac.th/handle/ 123456789/83697. [วันที่ 18 มิถุนายน 2568].
ศุภลักษณ์ หัตถพนม. (2558). การศึกษาวิเคราะห์การเคารพบูชาพระคเณศของชาวพุทธในสังคมไทย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษา. ภาควิชาปรัชญา: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
องค์การบริหารส่วนตำบลโพนทอง. (2567). ภูมิปัญญาท้องถิ่น. [ออนไลน์]. ค้นจาก https://www.phonthonglocal.go.th/dnm_file/news/271664944_center.pdf.
อานิก ทวิชาชาติ. (2556). การสื่อสารคุณค่าสีกายที่สะท้อนผ่านงานจิตรกรรมเนื่องในพุทธศาสนาในประเทศไทยและศรีลังกา. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยรังสิต.
Magar, Valerie. (2024). Cesare Brandi (1906 to 1988): His concept of restoration and the dilemma of architecture. [Online]. Source: https://www.iccrom.org/.
Verma, Vishwanath. (2018). The Eight Auspicious Symbols of Buddhism. Jai Maa Saraswati Gyandayini, An International Multidisciplinary e-Journal, 3(3), 43919.
Wikipedia. (2025). Royal. [Online]. Source: https://en.wikipedia.org/wiki/Royal.
Wu, Bin. (2017). หัตถกรรมแบบดั้งเดิม (THRD) เพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาโดยการออกแบบผ่านความรู้สึก. วารสารศิลปกรรมบูรพา, 20(3), 17-29.