การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการ ด้านงานห้องสมุดแบบมีส่วนร่วมโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วม 2) พัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วม 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วม และ4)ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง การวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้บริหาร ครู และบุคลากรจำนวน 21 คน เครื่องมือ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินและการจัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า :
1) สภาพปัจจุบันรูปแบบการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย พบว่า ขาดการบริหารเชิงกลยุทธ์ ครู นักเรียน และชุมชนมีส่วนร่วมต่ำ ทรัพยากรไม่เพียงพอ ระบบเทคโนโลยีที่ไม่ทันสมัย กิจกรรมการอ่านที่ขาดความต่อเนื่อง และสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการเรียนรู้
2) พัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย พบว่า พัฒนาโมเดล SMARTLIB ซึ่งประกอบด้วย 7 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ระบบการจัดการ การบูรณาการทางวิชาการ การพัฒนาทรัพยากร การบูรณาการเทคโนโลยี กิจกรรมการเรียนรู้ นวัตกรรมและการประเมินผล และ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือได้รับการยืนยันว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วมโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย พบว่า สถิติการใช้บริการห้องสมุดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการด้านห้องสมุดแบบมีส่วนร่วม โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย พบว่า การประเมินรูปแบบโดยผู้บริหาร ครู และประเมินความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2563). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.
กิ่งใจ รัตนแสนศรีและคณะ. (2562). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานห้องสมุดโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. วารสารช่อพะยอม, 30(1), 105-117.
นภัสนันท์ พรหมทา. (2562). แนวทางการพัฒนาการบริหารงานห้องสมุดโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 32. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
พนิดา แสงรัตน์. (2561). แนวทางการบริหารจัดการห้องสมุดแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนเอกชน. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย. (2658). ข้อมูลสถิติการเข้าใช้บริการห้องสมุดในระยะเวลาย้อนหลัง 3 ปี. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการศึกษามัธยมศึกษาลำปาง ลำพูน.
วานิช มาลัยและอรสา ปานขาว. (2548). “วิธีการศึกษาทางนิเทศศาสตรศึกษา”. กรุงเทพมหานคร :จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2558). โมเดลประเทศไทย4.0 ผลึกความคิด‘สุวิทย์ เมษินทรีย์.’ฐานเศรษฐกิจ. [ออนไลน์]. แหล่งข้อมูล : http://www.thansettakij.com /content/9309. [สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2568 ].
Arnstein, S. R. (1969). A Ladder of Citizen Participation.Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216-224.
Lincoln, Y. S., & Guba, E. G. (1985). Naturalistic inquiry. Beverly Hills, CA: Sage Publica-tions.
Stake, R. E. (1995). The Art of Case Study Research. Thousand Oaks : Sage.
Pierce, J. L., Kostova, T., & Dirks, K. T. (2001). Toward a theory of psychological owner-ship in organizations. Academyof management review,26(2), 298-310.