มาตรการทางกฎหมายในการจัดการมลพิษจากเตาเผาศพ : ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับต่างประเทศ

Main Article Content

ธัชรินทร์ วรรณเกียรติ
เขตไท ลังการ์พินธุ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาที่มา หลักการ และข้อจำกัดของกฎหมายไทยในการควบคุมมลพิษทางอากาศจากเตาเผาศพ รวมถึงอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย
(2) ศึกษาหลักเกณฑ์ มาตรฐาน และกลไกทางกฎหมายในการจัดการมลพิษจากเตาเผาศพของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอังกฤษและประเทศญี่ปุ่น (3) ศึกษาแนวทางและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


          ผลการวิจัยพบว่า


          1) ที่มา หลักการ และข้อจำกัดของกฎหมายไทยในการควบคุมมลพิษทางอากาศจากเตาเผาศพ รวมถึงอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย พบว่า  แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายกำหนดให้เตาเผาศพเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษแล้ว แต่การควบคุมยังจำกัดอยู่เพียงค่าความทึบแสงของเขม่าควัน ซึ่งเป็นการควบคุมเชิงคุณภาพและยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษเชิงปริมาณสำหรับสารมลพิษสำคัญ


          2) หลักเกณฑ์ มาตรฐาน และกลไกทางกฎหมายในการจัดการมลพิษจากเตาเผาศพของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอังกฤษและประเทศญี่ปุ่นพบว่าทั้งสองประเทศมีการกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษเชิงปริมาณ มีระบบอนุญาตและการตรวจวัดมลพิษที่เป็นระบบ และมีการเชื่อมโยงมาตรการควบคุมกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ


          3) แนวทางและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมายไทย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นพบว่าการพัฒนากฎหมายไทยไม่จำเป็นต้องตรากฎหมายใหม่ หากแต่ควรมุ่งเน้นการปรับใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษเชิงปริมาณ ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจวัดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ


          ดังนั้น การพัฒนากฎหมายไทยไม่จำเป็นต้องตรากฎหมายใหม่ หากแต่ควรมุ่งเน้นการปรับใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษ เชิงปริมาณ ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจวัดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วรรณเกียรติ ธ., & ลังการ์พินธุ์ เ. (2026). มาตรการทางกฎหมายในการจัดการมลพิษจากเตาเผาศพ : ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับต่างประเทศ. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์, 10(4), 266–278. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMHR/article/view/ab018
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ. (2564). แนวทางการควบคุมมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิด. กรุงเทพมหานคร: กรมควบคุมมลพิษ.

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2565). ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ. ราชกิจจานุเบกษา.

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2565). ประกาศกำหนดให้เตาเผาศพเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม. ราชกิจจานุเบกษา.

ชนนาถ ชาติพิชิต. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัสควันจากการเผาศพกับอาการโรคระบบทางเดินหายใจของประชาชนรอบสุสานหายยา จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ณิชมน จันทรัตน์. (2552). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมมลพิษทางอากาศอันเกิดจากเตาเผาศพ. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

นิภาภรณ์ ลาภเสถียร. (2566). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการจัดการศพของไทยที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม. วารสารนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. 7 (2), 257-281.

ราชกิจจานุเบกษา. (2535). พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535. ราชกิจจานุเบกษา.

ราชกิจจานุเบกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560.

ลักษมณ อิ่มทรัพย์. (2557). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมมลพิษทางอากาศจาก เตาเผามูลฝอยติดเชื้อ. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุนีย์ มัลลิกะมาลย์. (2542). การบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์นิติธรรม.

ศิโรรัตน์ งูตูล. (2560). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าขยะที่ใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะ. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Department for Environment, Food & Rural Affairs. (2012). Crematoria: Process Guidance Note 5/2(10). London: The Stationery Office.

Ministry of the Environment, Japan. (2015). Law Concerning Special Measures against Dioxins Act No. 105 of 1999]. Japanese Law Translation.

Ministry of the Environment, Japan. (2018). Air Pollution Control Act. Ministry of the Environment, Government of Japan.

United Nations Environment Programme [UNEP]. (2005). Standardized toolkit for identification and quantification of dioxin and furan releases. United Nations Environment Programme