การพัฒนาบทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนมีต่อบทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 จำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย วิธีการจับฉลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) บทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch 3) แบบประเมินความพึงพอใจต่อบทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความเหมาะสมของบทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 มีผลการประเมินประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า โดยภาพรวมของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.64, S.D. = 0.56) 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch วิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 ที่ใช้บทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 ต่อบทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ เรื่อง สร้างสรรค์ผลงานด้วย Scratch จำนวน 30 คน พบว่าโดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.86, S.D. = 0.23) ข้อค้นพบของงานวิจัยครั้งนี้คือ บทเรียนออนไลน์ผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพันธ์ ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ถือเป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมความพึงพอใจของนักเรียนต่อบทเรียน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Basic Education Core Curriculum 2008. (2017). Science and Technology. Retrieved from https://drive.google.com/file/d/1_ALwE9xuCL3Fjet3XI4gYjBj8p_1zLaA/view [2024, 4 Nov.]
Champasak, W. (2017). the development of electronics bookentitled "noun classifiers" in thai language for prathomsuksa 3 student. Retrieved from http://www.edu.nu.ac.th/
th/news/docs/download/2018_03_21_11_39_09.pdf [2024, 4 Nov.] (In Thai)
National Strategy 2018 - 2037. (2018). The Strategy for Human Capital Development and Strengthening. Retrieved from https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/
/T_0001.PDF [2024, 4 Nov.] (In Thai)
Buenae, H., Petsuwan, W. & Pettong, S (2021). Development of an interactive e-book on english vocabulary learningfor early primary education students. Retrieved from https://ird.skru.ac.th/RMS/file/32017.pdf [2024, 4 Nov.] (In Thai)
Ritthicharoen, P. (2009). Principles of measurement and evaluation of education. (5th ed). Bangkok: House of Kermist. (In Thai)
Sanguanpunyasiri, N. (2020). The Effects of using interactive e-book in ecosystem Subject of mattayomsuksa 3 students. Retrieved from http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream/
/3426/1/60902301.pdf [2024, 4 Nov.] (In Thai)
Selwyn, N. (2017). Education and Technology: Key Issues and Debates. Bloomsbury Publishing.
Srisa-ard, B. (2002). Preliminary research. (7th ed). Bangkok: Suriyawithi San. (In Thai)
Waitayawongsakul, S. (2007). E-Book. Retrieved from https://material.chula.ac.th/RADIO47/May/radio5-5.htm [2024, 4 Nov.] (In Thai)