ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาภาคใต้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยการบริหารของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาภาคใต้ 2) ศึกษาการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา 3) ศึกษาปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และ 4) ศึกษาแนวทางการพัฒนาปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา การวิจัยใช้รูปแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณเป็นรองผู้อำนวยการบริหารงานวิชาการและข้าราชการครูที่รับผิดชอบการประกันคุณภาพภายใน จำนวน 244 คน จาก 122 โรงเรียน และผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยการบริหารโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X̄ = 4.45, S.D. = 0.26) โดยด้านบุคลากรมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2) การประกันคุณภาพภายในโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X̄ = 4.46, S.D. = 0.22) โดยด้านการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3) ตัวแปรที่สามารถร่วมกันพยากรณ์การประกันคุณภาพภายในได้อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วม บุคลากร เทคโนโลยี และภาวะผู้นำของผู้บริหาร โดยร่วมกันอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 37.32 และ 4) แนวทางการพัฒนาควรให้ความสำคัญกับภาวะผู้นำของผู้บริหาร โครงสร้างองค์กร การพัฒนาบุคลากร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ.
โชคชัย พรหมมาก. (2561). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์].
ณัฐภัค ภักดีณรงค์, และ บรรจบ บุญจันทร์. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 6(4), 176–189.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
รังสิยา คงแก้วด้วง, และ สุนทรี วรรณไพเราะ. (2569). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3. วารสารพุทธจิตวิทยา, 11(2), 306–315.
วีระพงศ์ สิริพัชญกรณ์, และ กนกกร ศิริสุข. (2568). ปัจจัยการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 10(1), 311–323.
ศิริวรรณ จั่นทับ, ทินกร ชอัมพงษ์, และ เยาวเรศ ภักดีจิตร. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 6(2), 194–207.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2569). การศึกษา เก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการประเมินผลการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). แผนพัฒนาภาค พ.ศ. 2560–2565 (ฉบับทบทวน).
สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561.
สุทธิชัย แสนท้าว, ไชยา ภาวะบุตร, และ ปัทมา จันทพันธ์. (2567). ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 4(3), 72-82.
สุภาพร ต๊ะนัย, และ ธารารัตน์ มาลัยเถาว์. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดเชียงราย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 15(2), 16–28.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.