แนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจของครูเพื่อความมุ่งมั่นในการทำงานในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของแรงจูงใจของครูเพื่อความมุ่งมั่นในการทำงานในสถานศึกษา 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของแรงจูงใจของครูเพื่อความมุ่งมั่นในการทำงานในสถานศึกษา จำแนกตามเพศ เจเนอเรชัน และขนาดสถานศึกษา และ 3) ศึกษาแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจของครูเพื่อความมุ่งมั่นในการทำงาน ในสถานศึกษา การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูจำนวน 320 คน ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ และระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 15 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของแรงจูงใจของครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านเงินเดือนและค่าตอบแทนมีความต้องการจำเป็นสูงสุด 2) ครูที่มีเพศและเจเนอเรชันต่างกันมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่ครูในสถานศึกษาที่มีขนาดต่างกันมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) แนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจของครูเพื่อความมุ่งมั่นในการทำงานในสถานศึกษา ประกอบด้วย 5 ด้าน 36 แนวทาง ได้แก่ ด้านเงินเดือนและค่าตอบแทน 8 แนวทาง ด้านความก้าวหน้าในงาน 7 แนวทาง ด้านการได้รับยกย่องและยอมรับนับถือ 9 แนวทาง ด้านความสัมพันธ์ในองค์กร 6 แนวทาง และ 5) ด้านความสำเร็จของงานที่ปฏิบัติ 6 แนวทาง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เกศสุดา ศรีหาโคตร. (2564). การพัฒนาแนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 [วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
คำนาย อภิปรัชญาสกุล. (2560). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). โฟกัสมีเดีย แอนด์ พับลิชชิ่ง.
ชัชวาลย์ โยธานัน. (2559). การศึกษาแรงจูงใจและแนวทางเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม].
ชนพล รุจิขวัญ. (2566). แนวทางการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพระนครศรีอยุธยา [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา].
ฐานะรัตน์ จีนรัตน์. (2561). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน ระดับปฐมศึกษา ในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3. วารสารมณีเชษฐารามวัดจอมมณี, 8(1), 267–281.
เดชา เดชะวัฒนไพศาล. (2552). การรับรู้คุณลักษณะของเจนเนอเรชชั่นวายและแรงจูงใจในการทำงาน: มุมมองระหว่างเจนเนอเรชั่นต่าง ๆ ในองค์กร. วารสารจุฬาลงกรณ์ธุรกิจปริทัศน์, 31(121), 1–25.
ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. (2561). การประยุกต์ใช้ SPSS วิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 8). ตักศิลาการพิมพ์.
ธนพรรธ อนุเวช. (2564). แนวทางการสร้างเสริมแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
พรชนก ศิริพฤกษ์พงษ์, และพรเทพ รู้แผน. (2565). แนวทางการเสริมสร้างความก้าวหน้าในอาชีพตามความต้องการของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. วารสารคณะครุศาสตร์, 9(1), 146–163.
เย็นฤดี สอนสุราษฎร์. (2557). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสกลนคร [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].
สายสุณีย์ ตะเภาทอง, และกฤษฎิ์ กิตติฐานัส. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูกับการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1. วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน, 6(3), 346–362.
สรรเพชญ ไชยสิริยะสวัสดิ์. (2561, 3 มกราคม). สแกนนิสัย “คน 4 เจเนอเรชั่น” แม้ต่างกันก็อยู่ร่วมกันได้. https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1401795159
สุจิรา ถาปันแก้ว. (2565). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].
สุพจน์ นาคสวัสดิ์. (2559). การสำรวจความผูกพันในการทำงานของพนักงาน (Employee engagement survey). เอช อาร์ เซ็นเตอร์.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2568.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 (พิมพ์ครั้งที่ 2). พริกหวานกราฟฟิค.
สำลี จินดาพล, และธาริณี กิตติการุณสาภรณ์. (2565). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสถานศึกษาอาชีวศึกษา. วารสารศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 2(2), 261–269.
Alderfer, C. P. (1972). Existence, relatedness, and growth: Human needs in organizational settings. Free Press.
Gilmer, B. H. (1971). Applied psychology. McGraw-Hill.
Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work (2nd ed.). John Wiley & Sons.
Maslow, A. H. (1970). Motivation and personality (2nd ed.). Harper & Row.
McClelland, D. C. (1961). The achieving society. D. Van Nostrand.
Porter, L. W., & Lawler, E. E., III. (1968). Managerial attitudes and performance. Richard D. Irwin.
Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2017). Organizational behavior (17th ed.). Pearson.
Schaufeli, W. B., Salanova, M., González-Romá, V., & Bakker, A. B. (2002). The measurement of engagement and burnout: A two-sample confirmatory factor analytic approach. Journal of Happiness Studies, 3(1), 71–92. https://doi.org/10.1023/A:1015630930326