การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ชุดระบำตารีกีปัส เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ชุดระบำตารีกีปัส ตามเกณฑ์ร้อยละ 80/80 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ชุดระบำตารีกีปัส กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ชุดระบำตารีกีปัส ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โดยมีประสิทธิภาพกระบวนการ (E1) เท่ากับ 82.67 และมีประสิทธิภาพผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 84.60 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 2) ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน หลังเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ชุดระบำตารีกีปัส พบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่า t เท่ากับ 28.45 สะท้อนว่า ภายหลัง การจัดการเรียนรู้ด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่องนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ ชุดระบำตารีกีปัส นักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ. (ม.ป.ป.). หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ปีการศึกษา 2567. https://anyflip.com/jwxtj/kson/basic
ขัตติยา วงค์ษาแก่นจันทร์. (2563). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) เรื่องการใช้โปรแกรม Paint.Net สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].
ชนิพร ใจกว้าง. (2563). การพัฒนาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เรื่อง การนำเสนอข้อมูลโดยใช้โปรแกรมประยุกต์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลชัยนาท จังหวัดชัยนาท [การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช].
สินีเนตร นาโควงค์. (2565). การพัฒนาชุดการสอนนาฏศิลป์ เรื่อง การประดิษฐ์ท่ารำโดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของแฮร์โรว์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร].
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). The George Washington University, School of Education and Human Development.
Bruner, J. S. (1966). Toward a theory of instruction. Harvard University Press.
Clark, R. C., & Mayer, R. E. (2016). E-learning and the science of instruction: Proven guidelines for consumers and designers of multimedia learning (4th ed.). Wiley.
Dewey, J. (1938). Experience and education. Macmillan.
Eisner, E. W. (2002). The arts and the creation of mind. Yale University Press.
Gardner, H. (2011). Frames of mind: The theory of multiple intelligences (3rd ed.). Basic Books.
Horton, W. (2012). E-learning by design (2nd ed.). Pfeiffer.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia learning (2nd ed.). Cambridge University Press.
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017–1054. https://doi.org/10.1111/j.1467-9620.2006.00684.
Ogata, H., & Yano, Y. (2004). Context-aware support for computer-supported ubiquitous learning. In Proceedings of the 2nd IEEE International Workshop on Wireless and Mobile Technologies in Education (pp. 27–34). IEEE. https://doi.org/10.1109/WMTE.2004.1281330
Partnership for 21st Century Skills. (2009). P21 framework definitions. https://eric.ed.gov/?id=ED519462
Thongsri, N., Shen, L., & Bao, Y. (2019). Investigating factors affecting learner’s perception toward online learning: Evidence from ClassStart application in Thailand. Behaviour & Information Technology, 38(12), 1243–1258. https://doi.org/10.1080/0144929X.2019.1581259