ปัญหาความชอบธรรมในการบังคับใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ

Main Article Content

ธนาคาร วิมลสมบัติ
รองศาสตราจารย์อัจฉรียา ชูตินันทน์

บทคัดย่อ

          มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำซึ่งอาจนำมาใช้เพื่อคุมขังบุคคลซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงภายหลังจากที่ผู้นั้นพ้นโทษ เมื่อปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นจะไปกระทำความผิดดังกล่าวซ้ำอีก และไม่มีมาตรการอื่นใดที่อาจป้องกันมิให้ผู้นั้นไปกระทำความผิดได้ มาตรการดังกล่าวซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องคำสั่งเพื่อตัดโอกาสในการที่ผู้นั้นจะไปกระทำความผิด จึงมีลักษณะเป็นการลงโทษทางอาญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องอยู่ภายใต้หลักพื้นฐานเกี่ยวกับโทษทางอาญาด้วย


          บทความวิจัยนี้ จะชี้ให้เห็นว่า การบังคับใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ซึ่งอาศัยเพียงเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะไปกระทำความผิดซ้ำ โดยไม่ต้องปรากฏการกระทำใดขึ้นใหม่ของผู้ที่จะต้องถูกบังคับตามมาตรการดังกล่าวเลยนั้น ขัดต่อหลักประกันในกฎหมายอาญาในส่วนที่ว่าการลงโทษต้องขึ้นกับการมีอยู่ของการกระทำหลักห้ามดำเนินคดีอาญาซ้ำ รวมถึงหลักความได้สัดส่วนในการลงโทษ และอาจนำไปสู่การละเลยหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมในระหว่างการบังคับโทษจำคุกซึ่งต้องสามารถแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดให้มีความพร้อมกลับสู่สังคมได้โดยไม่กลับไปกระทำ ความผิดซ้ำอีก และได้นำเสนอแนวทางในการปรับปรุงพระราชบัญญัติข้างต้นในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ โดยเสนอให้กำหนดว่าการจะนำมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษมาใช้บังคับได้นั้น จะต้องปรากฏการกระทำบางอย่างขึ้นใหม่ของผู้ที่จะต้องคำสั่งเสียก่อน และการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวนั้นจะต้องมีความแตกต่างจากการบังคับโทษจำคุกอย่างมีนัยสำคัญ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมเพื่อกลับสู่สังคม ทั้งนี้ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการนำมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษมาใช้บังคับให้มากยิ่งขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธนาคาร ธ., & ชูตินันทน์ อ. (2026). ปัญหาความชอบธรรมในการบังคับใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ. นิตยสารบทบัณฑิตย์, 82(3), 57–98. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/article/view/288542
ประเภทบทความ
บทความทางวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรรภิรมย์ โกมลารชุน, ‘วัตถุแห่งคดีในคดีอาญาคืออะไร? What is the object of criminal proceedings?’ (2557) 2 วารสารกระบวนการยุติธรรม 1.

คณิต ณ นคร, กฎหมายอาญา ภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 6, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2560).

จิตติ ติงศภัทิย์, กฎหมายอาญา ภาค 1 (สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา 2525).

ญานิศา เนียมประดิษฐ์, ‘ข้อห้ามการดำเนินคดีอาญาซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39 (4): ศึกษาจากวัตถุแห่งคดีในคดีอาญา’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 2561) 1.

ไชยยศ วรนันท์ศิริ, ‘ดุลพินิจในการลงโทษผู้กระทำผิด’ (2537) 5 ดุลพาห 119.

ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาคทั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 10, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2551).

ธัชพงษ์ วงษ์เหรียญทอง, ‘อำนาจลงโทษความผิดสากลกับการลงโทษซ้ำตามประมวลกฎหมายอาญาไทย’ (2560) 1 วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ 91.

ธานี วรภัทร์, ‘วิวัฒนาการช่วงเปลี ่ยนผ่านของวัตถุประสงค์ในการบังคับโทษจำคุก’ (2563) 3 วารสารกฎหมายและสังคมรังสิต 1.

ปกป้อง ศรีสนิท, ‘แนวทางการปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันอันตรายจากผู้กระทำความผิดหรือผู้พ้นโทษที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมระยะที่ 1’ (2564) 4 วารสารนิติศาสตร์ 504. ,

ปกป้อง ศรีสนิท, ‘มีอะไรในกฎหมาย : กฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ’ (The 101.World, 2566) <https://www.the101.world/public-protection-from-serious-offenders/> สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2567.

ปกป้อง ศรีสนิท, กฎหมายอาญาชั้นสูง (พิมพ์ครั้งที่ 5, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2569)

สหธน รัตนไพจิตร, ‘วัตถุประสงค์ของการลงโทษ : ศึกษาเฉพาะประเทศไทยสมัยใช้กฎหมายลักษณะอาญาและประมวลกฎหมายอาญา’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2527.

สุธินี รัตนวราห, กฎหมายอาญา 2 (สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2535) 115.

สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล, ‘หลักความชอบด้วยกฎหมายในกฎหมายอาญา Principe de la légalité criminelle’ ใน 84 ปี ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ (2536).

สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับอ้างอิง (พิมพ์ครั้งที่ 16, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2559).

อัจฉรียา ชูตินันทน์, อาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา (พิมพ์ครั้งที่ 5, สำนักพิมพ์วิญญูชน 2566).

อุทิศ สุภาพ, ‘ทฤษฎีวัตถุประสงค์การลงโทษทางอาญา : ร่างกฎหมายชะลอการฟ้อง’ (2559) 2 ดุลพาห 120.

ภาษาต่างประเทศ

Bernadette McSherry, Patrick Keyzer and Arie Freiberg, ‘Preventive Detention for ‘Dangerous’ Offenders in Australia: A Critical Analysis and Proposals for Policy Development’ (Submitted to Criminology Research Council 2006).

Eli M Rollman, ‘Mental Illness: A Sexually Violent Predator is Punished Twice for One Crime’ (1998) 3 The Journal of Criminal Law & Criminology 985.

Feuerbach, Lehrbuch des gemeinen in Deutschland gültigen peinlichen Rechts (1801).

Hadi Dachak, ‘The Principle of Proportionality of Crime and Punishment in International Documents’ (2021) 4 International Journal of Multicultural and Multireligious Understanding 684.

Hannes Mühlenbrock, ‘“Sicherungsverwahrung” (preventive detention) in Germany under the scrutiny of the ECHR’ (Master’s Thesis, Riga Graduate School of Law 2020).

Human Rights Committee ‘Views Communication No. 1629/2007’ (10 May 2010) CCPR/C/98/D/1629/2007.

Human Rights Committee ‘General comment No. 35 Article 9 (Liberty and security of person)’ (16 December 2014) CCPR/C/GC/35.

Judicial College of Victoria, Serious Offenders Act 2018 Guide (2024).

Law Offices of James R. Dickinson, ‘Criminal Law Principles: The Punishment Must Fit the Crime (Proportionality)’ (2025) <https://inlandempirelitigation.com/criminal-law-principles-the-punishment-must-fit-the-crime-proportionality/> สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2569.

Marianna Klaudia Lévai, ‘Indefinite Sentencing in Criminal Law: A Human Rights Perspective’ (LL.M. Thesis, Central European University 2013).

Michael Pösl and Andreas Dürr, ‘Germany’s System of Preventive Detention Considered Through the European Court of Human Rights and the German Federal Constitutional Court’ (2012) European Criminal Law Review 158.