ท่องเที่ยวเทศกาลผีตาโขน: การเดินทางของผีชายขอบสู่โลกกว้างและการสร้างพื้นที่ทางสังคม ของชาวด่านซ้ายในบริบทของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ท่องเที่ยวเทศกาลผีตาโขน : การเดินทางของผีชายขอบสู่โลกกว้างและการสร้างพื้นที่ทางสังคม ของชาวด่านซ้ายในบริบทของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงของประเพณีผีตาโขน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และการกำหนดพื้นที่และอัตลักษณ์ทางสังคมของชาวด่านซ้ายผ่านเทศกาลท่องเที่ยวผีตาโขน โดยวิธีการศึกษาใช้ระเบียบวิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ การดำเนินงานเก็บข้อมูลในพื้นที่โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ควบคู่กับการทบทวนข้อมูลจากเอกสารชั้นรอง แล้วนำเสนอรายงานการศึกษาในรูปแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา ประเพณีผีตาโขนซึ่งเดิมเป็นพิธีกรรมท้องถิ่นของชาวด่านซ้ายที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของสังคมชาวนา โดยมีพื้นฐานที่ตั้งอยู่บนความเชื่อเกี่ยวกับผีและผสมผสานกับความเชื่อทางพุทธศาสนา ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแทน โดยกลุ่มต่างๆในท้องถิ่น ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนประเพณีผีตาโขนอย่างชัดเจน ทั้งนี้ในบริบทการเจริญเติบโตของวัฒนธรรมท่องเที่ยวดังกล่าวนี้ได้เปิดโอกาสให้ชาวด่านซ้ายนำเสนอวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเองที่เดิมเคยเป็นวัฒนธรรมของคนชายขอบให้เป็นที่รับรู้และยอมรับของสังคมในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการกำหนดและเลื่อนสถานะของท้องถิ่นตนจากเมืองชายแดนที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็น “พื้นที่ท่องเที่ยว” ที่มีความสำคัญขึ้นมา ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ได้ชี้ให้เห็นว่านโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐนั้น แม้จะมีอำนาจครอบงำผู้คนในประเทศในระดับหนึ่ง แต่ผู้คนท้องถิ่นกลับสามารถใช้นโยบายดังกล่าวนี้เป็นเครื่องมือในการต่อรองได้ด้วยเช่นกัน
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Aeusrivongse, N. (1995). Phakaoma Phasin Kankengnai Lae etc.
Wadouyphapenee Kawmpleanplang Lae Reungsubsara.
Bangkok: Matichon.
Chauboonmee P. (2009). Administrative Management of Boonluang
and Phi Ta Khon Festival For Tourism In Dansai District,
Loei Province. Master of Arts (Thai Studies for Development)
Thesis. Loei Rajjabhut University.
Kaengjampa, N. (2012). Dynamics of Contesting “Tourist Space” of
Dansai Border People, Loei Province, 1977-2009. Master
of Arts (History) Thesis. Chaingmai University.
Lefebvre, H. (1991). The Production of Space. Oxford: Wiley-Blackwell.
Potjanalawan, P. (2009). The Production of “Thailand Space” in
Development Era 1957-1966. Master of Arts (History) Thesis.
Chaingmai University.
Saratussananant, S. (2008). Phitakhon. Loei: Loei Rajjabhut University.
Ta n t h o n g , C . ( 2 0 1 7 ) . C h o l t e e t a n g t o o k k h o n g p h o
Songkumlangjaihaitahanphakthai, retrieved on 3 December
, from from https:// news. thaieasyjob.com /entertain/
show_news-2307-1.html
Tourism Authority of Thailand. (1987). Kantidtamrainganphonkron
gkarnpithongtiew 1987.Bangkok: n.p.
Tourism Authority of Thailand. (2006). Rainganprajampi 2006.
Bangkok:TTT.
Upala, S. (2003). Development of Phitakhon Tradition in Dansai
District, Loei Province. Master of Arts (Thai Studies for
Development) Thesis. Loei Rajjabhut University.
Vallibhotama, S. (2005). PhikubBhudh: Religion and belief in Dan
Sai society. Moral equilibrium of the Villagers in Man
River Basin. Bangkok: Lek Praphai Viriyahpant Foundation.
Winichakul, T. (1993). The other within: Ethnography and Tra
velliterature from Bangkok Metropolis to its periphery in the
late nineteenth century Siam. Paper to be presented at The
fifth international conference on Thai Studies, July 4-10,
, SOAS, University of London.
Wungkeeree, B. (2008). Folk Literature In Luang Phrabang Laotian
Communities And Its Role In Transmitting Luang Phrabang
Laoness In Thai Social Context. Ph.D. (Literature and
comparative Literature) Thesis. Chulalongkorn University.