การอ่านประเมินเรียงความภาษาญี่ปุ่นโดยผู้เรียนวิชาเอกภาษาญี่ปุ่นชาวไทย มุ่งเน้นการวิเคราะห์โครงสร้างความรู้ในการเขียนเรียงความภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียน
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกณฑ์ที่ผู้เรียนวิชาเอกภาษาญี่ปุ่นชาวไทยใช้ในการประเมินเรียงความภาษาญี่ปุ่นที่เขียนโดยผู้อื่น รวมถึงเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างความรู้ในการเขียนเรียงความภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียน โดยให้กลุ่มตัวอย่างอ่านประเมินข้อดีและข้อควรปรับปรุงของเรียงความจำนวน 3 ฉบับ ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้เกณฑ์การประเมินหลักในด้านเนื้อหา โครงสร้าง และการใช้ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างมีโครงสร้างความรู้ที่ว่าในการเขียนเรียงความจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยข้างต้น ส่วนผลการวิเคราะห์เกณฑ์การประเมินย่อยพบว่า โครงสร้างความรู้ที่กลุ่มตัวอย่างตระหนักถึงอย่างชัดเจน ได้แก่ 1. ความเหมาะสมของการใช้ภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการใช้คำศัพท์และความยาวของประโยค 2. การอธิบายสนับสนุน โดยควรเขียนประโยคสนับสนุนที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม 3. การแบ่งย่อหน้าเป็นบทนำ เนื้อเรื่อง และบทสรุป ส่วนโครงสร้างความรู้ที่ควรเน้นย้ำในการเรียนการสอนเรียงความภาษาญี่ปุ่นมากที่สุดคือความเป็นเอกภาพของเนื้อเรื่องและความต่อเนื่องของเนื้อหาระหว่างย่อหน้า จากการวิเคราะห์เกณฑ์การประเมินและโครงสร้างความรู้ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ผู้เรียนตระหนักถึงและไม่ได้ตระหนักถึงการเขียนเรียงความภาษาญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการพัฒนาทักษะการเขียนเรียงความภาษาญี่ปุ่นของผู้เรียนต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความและข้อคิดเห็นต่างๆ ในบทความเป็นของผู้เขียนบทความนั้นๆ ไม่ใช่ความเห็นของกองบรรณาธิการหรือของวารสาร jsn Journal
เอกสารอ้างอิง
กุลรัมภา เศรษฐเสถียร. (2565). ปัญหาการเกาะเกี่ยวความในเรียงความภาษาญี่ปุ่น: กรณีศึกษาผู้เรียนวิชาเอกภาษาญี่ปุ่นชาวไทย. วารสารเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา. 12(1), 174-196.
สมเกียรติ เชวงกิจวณิชและชิซุกุ ยานางิซาวะ. (2560). เทคนิคพื้นฐานการเขียนเรียงความภาษาญี่ปุ่น. กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น).
Carrell, P.L. (1987). Content and Formal Schemata in ESL Reading. TESOL Quarterly, 21(3), 461-481.
Carrell, P.L. & Eisterhold, J.C. (1983). Schema Theory and ESL Reading Pedagogy. TESOL Quarterly, 17(4), 553-573.
Fitzgerald, J & Shanahan, T. (2000). Reading and Writing Relations and Their Development, Educational Psychologist, 35(1), 35-50.
因京子・村岡貴子・仁科喜久子・米田由喜代 (2008).「日本語テキスト分析タスクの論文構造スキーマ形成誘導効果」『専門日本語教育研究』10, 29-34.
因京子・山路奈保子 (2009).「日本人学部1年生の論文構造スキーマ形成過程の観察」『専門日本語教育』11, 39-44.
国際交流基金a (2010).『国際交流基金 日本語教授法シリーズ 第8巻く「書くことを教える 」』株式会社ひつじ書房.
国際交流基金b (2010).『国際交流基金 日本語教授法シリーズ 第7巻く「読むことを教える 」』株式会社ひつじ書房.
田中真理・阿部新 (2014).『Good Writingへのパスポート―読み手と構成を意識した日本語ライティング―』くろしお.
田中真理・坪根由香里 (2011).「第二言語としての日本語小論文におけるgood writing 評価―そのプロセスと決定要因」『社会言語科学』14 (1) . 210-222.
坪根由香里・田中真理 (2015).「第二言語としての日本語小論文における『いい内容』『いい構成』を探る―評価観の共通点・相違点から―」『社会言語科学』18 (1) . 117-127.
坪根由香里・トンプソン美恵子・影山陽子・数野恵理 (2021).「第二言語としての日本語ナラティブ作文の評価基準とリーブリックの開発」『大阪観光大学研究論集』21, 85-94.
中村かおり (2020).「日本語学習者の形式スキーマ形成を目指したライティング指導―文章構造分析タスクを用いた授業実践から―」『拓殖大学日本語教育研究』5, 71-95.
村岡貴子・因京子 ・仁科喜久子 (2009).「専門文章作成支援方法の開発に向けて:スキーマ形成を中心に」『専門日本語教育』11, 23-30.
望月雅美 (2021). 『どう教える? 日本語教育「読解・会話・作文・聴解 」の授業』アルク.