การศึกษาเปรียบเทียบ “だけだ” ในภาษาญี่ปุ่น และ “เท่านั้น” ในภาษาไทย ที่ปรากฏในตำแหน่งท้ายประโยค การเน้นหน่วยเดี่ยวและการตีความ

Main Article Content

ธีระวุฒิ สุนทรา

บทคัดย่อ

กระบวนการเน้นและการตีความในแต่ละภาษามีความแตกต่างกัน ทว่าความเหมือนและความแตกต่างของกระบวนการเน้นและการตีความระหว่าง “だけだ” ในภาษาญี่ปุ่นกับ “เท่านั้น” ในภาษาไทยยังคงเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม งานวิจัยฉบับนี้มุ่งหวังที่จะศึกษาเปรียบเทียบการเน้นและการตีความหน่วยเดี่ยวของ “だけだ” กับ “เท่านั้น” ที่ปรากฏในตำแหน่งท้ายประโยค เกณฑ์ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความ (ไม่) ถูกต้องทางไวยากรณ์ ความ (ไม่) ชัดเจนของจุดเน้น ความ (ไม่) กำกวมในการตีความของ “だけだ” กับ “เท่านั้น” จากผลวิจัยพบว่ารูปประโยค “だけだ” เป็น “In-situ Focus Construction” ที่ใช้การเน้นเสียงทางสัทศาสตร์ โดยไม่ปรากฏกฎการย้ายที่สั้นที่สุดและเงื่อนไขประชิด อีกทั้งไม่มีข้อจำกัดเกาะโครงสร้างปฏิเสธ (NICs) การเน้นหน่วยเดี่ยว (ยกเว้นเน้นประธาน) มีความชัดเจนในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใช้การเน้นเปรียบเทียบช่วยเสริม นอกจากนี้ ความไม่กำกวมทาง   โครงสร้างของโฟกัสวลี (FocP) ที่มีต่อปฏิเสธวลี (NegP) ทำให้ตีความได้เพียงความหมายเดียว คือ only > neg (ตัวอย่าง : 太郎がコップを洗わなかっただけだ (ตีความ: สิ่งที่ทาโรไม่ได้ล้าง มีแค่แก้ว)) ขณะที่ “เท่านั้น” เป็น “Ex-situ Focus Construction” ที่ใช้การย้ายทางวากยสัมพันธ์ ซึ่งเป็นไปตามกฎการย้ายที่สั้นที่สุดและทำให้เกิดเงื่อนไขประชิด รวมทั้งข้อจำกัดเกาะโครงสร้างปฏิเสธ (NICs) ที่มาจากปฏิเสธวลีระดับล่าง (Lower NegP) (แต่ไม่พบจากปฏิเสธวลีระดับบน (Higher NegP)) การเน้นหน่วยประชิด (ต่างจากหน่วยไม่ประชิด) มีความชัดเจนในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใช้การเน้นเปรียบเทียบช่วยเสริม นอกจากนี้ ความกำกวมทางโครงสร้างของโฟกัสวลี (FocP) ที่มีต่อปฏิเสธวลี (NegP) ทำให้เกิดความกำกวมในการตีความประโยค “สมคิดไม่ได้ล้างแก้วเท่านั้น” ระหว่าง only >neg (ตีความ: สิ่งที่สมคิดไม่ได้ล้าง มีแค่แก้ว) หรือ neg > only (ตีความ: สิ่งที่สมคิดล้าง ไม่ได้มีแค่แก้ว) จากลักษณะข้างต้นจึงสรุปได้ว่า “だけだ” ในภาษาญี่ปุ่นกับ “เท่านั้น” ในภาษาไทยใช้กระบวนการเน้นที่ต่างกัน หน่วยที่ถูกเน้นส่วนใหญ่ หากผ่านกระบวนการทางภาษาไม่ว่าจะเป็นการเน้นเสียงหรือการย้าย จะมีความชัดเจนในตัวเอง จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเน้นเปรียบเทียบ และการมีหรือไม่มีความกำกวมทางโครงสร้างของโฟกัสวลี (FocP) นั้นนำไปสู่การตีความที่แตกต่างกันในประโยคปฏิเสธ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

นววรรณ พันธุเมธา. (2553a). ไวยากรณ์ไทย. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นววรรณ พันธุเมธา. (2553b). คลังคำ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : อมรินทร์.

ภาณิการ์ สุรรังสิกุล. (2551) การศึกษาความหมายและวิธีการใช้คำกำหนดขอบเขต shika, dake, bakari : เปรียบเทียบภาษาญี่ปุ่น – ภาษาไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาญี่ปุ่นศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิจินตน์ ภาณุพงศ์. (2524) โครงสร้างของภาษาไทย. มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.สัมพันธ์พาณิชย์.

Hiraiwa, K. and Ishihara S. (2002). Missing Links : Cleft Sluicing and ‘Noda’ Construction in Japanese. MIT Working Papers in Linguistics 43. Massachusetts Institute of Technology, 35-54.

Jayaseelan, K. A. (2008) Topic, Focus and Adverb Positions in Clause Structure. Nanzan Linguistics 4. 43-68.

https://www.ic.nanzan-u.ac.jp/LINGUISTICS/publication/pdf/NL4-3-jayaseelan.pdf

Sano, M. (1996). A Checking Theoretical Analysis of Japanese Adverbial Particles. Ritsumeikan Studies in Language and Culture 7 (5-6). Ritsumeikan University, 75-113.

奥津敬一郎・沼田善子・杉本武 (1986). 『いわゆる日本語助詞の研究』凡人社.

寺村秀夫 (1991). 『日本語のシンタクスと意味III』くろしお出版.

沼田善子 (1992).『「も」「だけ」「さえ」など-とりたて-』日本語文法セルフ・マスターシリーズ5. 仁田義雄・山本進・益岡隆志 (編).くろしお出版.

沼田善子 (2009).『現代日本語とりたて詞の研究』ひつじ書房.

三原健一・平岩健 (2006).『新日本語の統語構造―ミニマリストプログラムとその応用―』松柏社.

茂木俊伸 (2000).「とりたて詞の階層性について動詞句およびスコープを手がかりとして―」『国語学会2000年度秋季大会要旨集』, 54-61.

モンコンチャイ・アッカラチャイ(2015).「タイ語の限定表現khɛ̂ɛ、phiaŋ、tɛ̀ɛ、chaphɔ́?の統語的特徴及び意味的特徴に関する考察―名詞句の前に位置する場合―」『言語・地域文化研究』21, 東京外国語大学, 61-85.

モンコンチャイ・アッカラチャイ (2016).「動詞句の前に位置するタイ語の限定辞―khɛ̂ɛ、 phiaŋ、tɛ̀ɛ、chaphɔ́?についての考察」『言語・地域文化研究』22, 東京外国語大学, 41-58.