การรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวสยามในรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

Main Article Content

Phrapalad Sarot Thammasaro
Asst. Prof. Dr.Direk Nunklam
Assoc. Prof. Dr.Detchat Treetrap

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ +) เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ของชาวสยาม ในรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย 2)  เพื่อศึกษาการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวสยาม ในรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวสยาม ในรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ  (Qualitative Research) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการศึกษาจากเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) และ การสนทนากลุ่มย่อย (Focus Group) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)


            ผลการวิจัยพบว่า :


1) ชาวสยามในรัฐเปอร์ลิส แม้จะดำรงอยู่ในสังคมและแวดล้อมด้วยวัฒนธรรมมุสลิม และมีฐานะเป็นคนส่วนน้อยของสังคมพหุลักษณ์มาเลเซีย แต่เท่าที่ศึกษาพบว่า ชาวสยามในชุมชนยังคงดำรง รักษาและการแสดงออก ทั้งใน ด้านศาสนาความเชื่อ และขนบวัฒนธรรมประเพณี และการใช้ภาษาไทย ในชีวิตประจำวันชาวสยามส่วนมาก ทำนา ทำสวนยางพารา และพูดภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงถิ่นของไทรบุรี ที่ใกล้เคียงสำเนียงนครศรีธรรมราชและสงขลา


            2) การรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวสยาม ในรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ยังคงธำรงรักษาอัตลักษณ์ของความเป็นไทยไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะ ในด้านการนับถือพระพุทธศาสนา  ด้านการใช้ภาษาไทย ด้านธรรมศึกษา ด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี การละเล่น และเทศกาลสำคัญ


            3) แนวทางในการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวสยาม ในรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย โดยในการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชาวสยามนั้น มีวัดเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมประเพณี จนมีแนวทางในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในวัดอย่างเป็นระบบ โดยเน้นประเด็นการอนุรักษ์ภาษาไทยถิ่น การจัดการเรียนรู้ด้านศาสนาในวัด การจัดการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยในวัดของชาวสยาม การตั้งองค์กรชุมชนให้เข้มแข็ง การใช้ชื่อและนามสกุลที่เป็นภาษาไทย และการแต่งงานกับชาวสยามด้วยกัน มาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าที (t-test) และการทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (F-test  แบบ ONE WAY ANOVA) และทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี LSD


ผลการวิจัยพบว่า


1) ระดับการประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 ในการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2 พบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅= 4.09)  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการออกจากราชการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด(x ̅=4.42)รองลงมา คือ ด้านวินัยและการรักษาวินัยมีค่าเฉลี่ย (x ̅=4.28) ส่วนด้านการวางแผนอัตรากำลังมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (x ̅=3.74)


2) ผลการเปรียบเทียบระดับการประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 ในการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนที่มีเพศ  อายุ  ระดับการศึกษา  และประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน  มีการประยุกต์ใช้หลักพรหมวิหาร 4 ในการบริหารงานบุคคล ไม่แตกต่างกัน  

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

References
Adiwattanasith, J.(2005). Sociology of Buddhism. 2nd Ed. Bangkok: Kasaetsat University Press. (in Thai)
Julsiriwong, C. (1999). Malaysia Economic and Political Development. (in Thai)
Lonsomboon, P. (2003). Magadha-Thai Dictionary. 2nd Ed. Bangkok: Thammasan Co.,Ltd.(in Thai)
Prabromgunaphon, P.A. Payutto. (2008). Buddhadhamma Original Version. 15th Ed. Bangkok:
Chanpen Press. (in Thai)
_____________.(2007). Dictionary of Buddhism. 15th Ed. Bangkok: Chanpen Press. (in Thai)
Nualsanong, K. (2003). A Study of the Social and Cultural Development of the Tai in the
Northern State of Malaysia. Songkhla: Thaksin Studies Institute, Thaksin University.
(in Thai)
Lert, P., & Nilakan, L. ( 2016, July-December). Data collection in fieldwork of Community
research. Nagabut Journal Review, 8(2). Nakhon Si Thammarat: Nakhon Si Thammarat
Rajabhat University. (in Thai)
Lertkrai, W., Monliang, J., & Jitkra, S. (2016, January-June). Developmental Intellectual through
Toy Activities in to Develop Early Childhood: A Case Study of Tonhong Municipality,
Phrom Khiri District, Nakhon Sri Thammarat. Nagabut Journal Review, 8(1). Nakhon Si
Thammarat: Nakhon Si Thammarat Rajabhat University. (in Thai)